Squishy Economy

ปี 2569 ถือเป็นปีที่ สกูชชี่ ของเล่นนุ่มที่บีบแล้วค่อย ๆ คืนรูป กลับมาเป็นกระแสอีกครั้งหลังจากที่ห่างหายไปนานหลายปี การกลับมาในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งมาจากกระแสในต่างประเทศ และใน TikTok ที่ครีเอเตอร์ไทยหันมานำเสนอความน่ารัก ที่แสนเพลิดเพลินจากการบีบสกูชชี่ เสียง ASMR ผ่านคอนเทนต์ต่าง ๆ จนกลายเป็น Squishy Economy หรือเศรษฐกิจของของเล่นนุ่ม ๆ ที่เติบโตจากความเครียด ความน่ารัก และพลังของโซเชียลมีเดีย

 

ซึ่งในอดีตกระแส Squishy Economy ในประเทศไทยได้เคยเกิดขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา โดยมีญี่ปุ่นเป็นจุดเชื่อมที่สำคัญทำให้กระแสนี้เติบโตจากการนำเสนอสกูชชี่แนวอาหาร ขนม ผลไม้ และคาแรกเตอร์น่ารัก พร้อมกลิ่นที่หอมที่เชิญชวนใครหลายคนให้เข้ามาสัมผัส

 

ตลอดจนในช่วงเวลานั้นมีแบรนด์ iBLOOM / BLOOM จากประเทศญี่ปุ่นเป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมในหมู่นักสะสมสกูชชี่ในไทย จนเกิดสกูชชี่ต่าง ๆ นานา ทั้งมีแบรนด์และไม่มีแบรนด์ออกสู่ตลาดจำนวนมาก

 

และการกลับมาของสกูชชี่ใน พ.ศ. นี้ iBLOOM ยังคงเป็นสกูชชี่ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย และยังมีแบรนด์อื่น ๆ อย่างเช่น LISA Squishy ได้รับการพูดถึงและรีวิวในโซเชียลมีเดียจำนวนมากเช่นกัน

 

นอกจากนี้ในภาวะความเครียดของคนไทย เป็นหนึ่งในฉากหลังที่ทำให้สกูชชี่มีเหตุผลในการกลับมาเพื่อตอบโจทย์ความรู้สึกของผู้บริโภคที่ใช้ชีวิตกับหน้าจอมากขึ้น เครียดง่ายขึ้น และต้องการสิ่งเล็ก ๆ ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย

 

การบีบสกูชชี่อาจไม่ได้แก้ปัญหาชีวิต แต่ให้ประสบการณ์สั้น ๆ ที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นได้ทันที

จับแล้วนุ่ม

บีบแล้วเพลิน

ดูแล้วผ่อนคลาย

สะสมแล้วรู้สึกสนุก

และแชร์ต่อแล้วกลายเป็นคอนเทนต์ได้

 

นี่คือเหตุผลที่สกูชชี่ได้กลายเป็นกระแสที่อยู่ทั้งกลุ่มวัยรุ่น คนทำงาน หรือผู้ใหญ่บางกลุ่มที่มองหาของเล่นคลายเครียดได้ด้วย

ซึ่งสกูชชี่ ถือเป็นหนึ่งในตลาด Sensory Toy Market หรือของเล่นคลายเครียดที่ใช้ประสาทสัมผัสสร้างมูลค่าได้อีกทางหนึ่ง

 

อ้างอิงข้อมูลจาก Yahoo Finance ในปี 2567, 2568, 2572 และ Research and Market ในปี 2569, 2573 พบว่า ตลาด Sensory Toy Market หรือตลาดของเล่นคลายเครียดโลกพบว่าในแต่ละปีตลาด Sensory Toy Market มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง

 

ปี 2567 มูลค่า 5,520 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 180,510 ล้านบาท

ปี 2568 มูลค่า 5,880 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 92,280 ล้านบาท

คาดการณ์ปี 2569 มูลค่า 6,260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 204,710 ล้านบาท

คาดการณ์ปี 2572 มูลค่า 7,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 245,260 ล้านบาท

คาดการณ์ปี 2573 มูลค่า 7,950 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 84,140 ล้านบาท

 

แต่อย่างไรก็ดีไม่ว่าจะเปลี่ยนไปกี่ยุค แกนหลักของสกูชชี่ยังเหมือนเดิม คือการเป็นของเล่นที่ให้ความรู้สึกดีผ่านสัมผัส ทำให้สกูชชี่สามารถกลับมาได้เป็นรอบ ๆ เพราะมันไม่ได้ผูกอยู่กับเทรนด์เดียว แต่สามารถปรับตัวเข้ากับแพลตฟอร์มและพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละยุคได้

 

เพราะในวันที่คนอยากได้ของน่ารัก สกูชชี่คือของสะสม

ในวันที่คนดู YouTube และ ASMR สกูชชี่คือคอนเทนต์ที่ดูเพลิน

ในวันที่ TikTok ทำให้ทุกอย่างไวรัล สกูชชี่คือสินค้าที่เห็นแล้วอยากซื้อ

และในวันที่ผู้บริโภคเครียด สกูชชี่คือของเล่นเล็ก ๆ ที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย

 

สิ่งเหล่านี้ทำให้ Squishy Economy จึงไม่ใช่แค่เรื่องของของเล่นนุ่ม ๆ เท่านั้น แต่สะท้อนให้เห็นว่า สินค้าที่เข้าใจอารมณ์มนุษย์ แม้จะเรียบง่ายแค่ไหน ก็สามารถกลับมาเป็นกระแสได้เสมอ

 

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *