Haier

ในปีที่ผ่านมา ไฮเออร์ทำรายได้ในประเทศไทยอยู่ที่ 11,230 ล้านบาท เติบโต 12% ท่ามกลางตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เผชิญความท้าทายจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะสภาพอากาศที่ไม่เป็นไปตามคาด จนส่งผลต่อความต้องการในตลาดเครื่องปรับอากาศ ซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้าหลัก

 

โดยการเติบโตของไฮเออร์ในปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากกลยุทธ์การตลาดที่มีการปรับเปลี่ยนตามสภาพตลาด ควบคู่กับการปรับภาพลักษณ์แบรนด์ให้มีความเป็นแบรนด์โกลบอลในประเทศไทยมากขึ้น

 

และในปีนี้ ไฮเออร์ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 14,000 ล้านบาท พร้อมเดินหน้าสานต่อเป้าหมายการเป็นโกลบอลแบรนด์ในไทย ด้วยงบการตลาด 1,200 ล้านบาท ผ่านกลยุทธ์สำคัญที่วางไว้ ได้แก่

 

1.ใช้ BamBam, ลิเวอร์พูล และพาร์ทเนอร์ระดับโลก เพื่อยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์

ในปีนี้ ไฮเออร์ยังคงสื่อสารภาพลักษณ์แบรนด์ผ่าน BamBam ในฐานะ Brand Ambassador ของไฮเออร์ประเทศไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เนื่องจาก BamBam เป็นศิลปินระดับสากลที่สามารถเป็นตัวแทนแบรนด์ในการขยายการรับรู้ ผ่านพลังของแฟนด้อมที่มีฐานผู้ติดตามในวงกว้างทั้งในและต่างประเทศ

 

นอกจากนี้ ยังควบคู่กับการทำ Sport Marketing ผ่านการเป็น Official Partner ของทีมฟุตบอลระดับโลกอย่าง Liverpool F.C. และ Paris Saint-Germain F.C. รวมถึงกิจกรรมทางการตลาดอื่น ๆ ที่ช่วยให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในโลกของไลฟ์สไตล์และความสนใจของผู้บริโภคมากขึ้น ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่ในฐานะแบรนด์ขายเครื่องใช้ไฟฟ้าเหมือนเดิม

 

2.ขยับพอร์ตสินค้าไปสู่ตลาดมิดถึงไฮเอนด์

ไฮเออร์ยังคงวางทิศทางการปรับพอร์ตสินค้าไปสู่ตลาดระดับมิดเอนด์ถึงไฮเอนด์มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ไม่ได้มองหาเพียงแค่เรื่องราคา แต่ยังให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี ฟังก์ชัน และคุณภาพการใช้งานที่สูงขึ้น

 

และการปรับพอร์ตสินค้าไปยังกลุ่มมิดเอนด์ถึงไฮเอนด์ ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อสร้างรายได้จากสินค้าที่มีราคาต่อหน่วยสูงกว่าสินค้าระดับแมสเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกส่วนสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์ของแบรนด์สู่ความเป็นแบรนด์พรีเมียมที่มอบประสบการณ์การใช้งานที่นอกเหนือกว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนมุมมองของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ไฮเออร์ได้

 

3.ยกระดับจุดขาย สะท้อนภาพแบรนด์พรีเมียม

สำหรับช่องทางจัดจำหน่าย ในปีนี้ไฮเออร์ยังไม่ได้เร่งขยายเพิ่มมากนัก แต่เลือกให้น้ำหนักกับการยกระดับคุณภาพการนำเสนอสินค้าในแต่ละจุดขายอย่างต่อเนื่อง ผ่านการปรับภาพลักษณ์ของหน้าร้าน จากเดิมที่เน้นนำเสนอสินค้าระดับแมสถึงมิดเอนด์ ไปสู่การโชว์สินค้ากลุ่มมิดเอนด์ถึงไฮเอนด์มากขึ้น เพื่อสะท้อนทิศทางการยกระดับแบรนด์ให้ชัดเจนในใจผู้บริโภค

 

4.AI Smart Living เป็นแกนใหม่ของการเติบโต

หัวใจสำคัญอีกข้อของไฮเออร์ในปีนี้ คือการผลักแนวคิด AI Smart Living ให้กลายเป็นจุดยืนสำคัญของแบรนด์ ผ่านการนำนวัตกรรม AI เข้าไปอยู่ในทุกกลุ่มสินค้า เพื่อยกระดับจากการเป็นแบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า ไปสู่การเป็น AI Ecosystem Brand ที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่าง ๆ ภายในบ้านเข้าด้วยกัน

 

นอกจากนี้ ไฮเออร์ยังมีข้อได้เปรียบสำคัญคือการมีโรงงานในประเทศไทยถึง 3 แห่ง ซึ่งช่วยให้บริษัทบริหารการผลิตได้คล่องตัวกว่า ลดข้อจำกัดจากการนำเข้า และทำให้การทำตลาดในไทยมีความต่อเนื่องมากขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทยังมีแผนสร้างโรงงานใหม่สำหรับการผลิตเครื่องซักผ้าเพิ่มเติมด้วย

 

เพราะฐานการผลิตในไทยจึงไม่ได้มีความหมายแค่เรื่องต้นทุนหรือซัพพลายเท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ไฮเออร์สามารถขยายสินค้าใหม่ ทำตลาดเชิงรุก และรองรับการเติบโตในระยะยาวได้มั่นคงขึ้น ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของการขยับจากแบรนด์ที่เน้นขายสินค้า ไปสู่แบรนด์ที่ต้องการเติบโตอย่างแข็งแรงในฐานะผู้เล่นระดับโลก

 

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *