เสื้อ 1 ตัวที่แขวนอยู่ในร้าน อาจมีป้ายระบุว่า Made in China, Vietnam, Bangladesh หรือ Thailand แต่ประเทศที่อยู่บนป้ายไม่ได้หมายความว่า ทุกอย่างในเสื้อตัวนั้นเริ่มต้นและจบลงอยู่ในประเทศเดียวกัน
เพราะก่อนจะกลายเป็นเสื้อผ้าฝ้ายซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักของเสื้อยืดอาจถูกปลูกในประเทศหนึ่ง ส่งไปปั่นเป็นด้ายในอีกประเทศ ถักและย้อมผ้าในอีกพื้นที่ ก่อนเข้าสู่โรงงานตัดเย็บ ผ่านระบบขนส่ง คลังสินค้า แบรนด์ และร้านค้า จนมาถึงผู้บริโภค
เสื้อที่ทำมาจากผ้าฝ้ายธรรมดา 1 ตัว จึงเป็นปลายทางของ Supply Chain ที่เชื่อมตั้งแต่ภาคเกษตร อุตสาหกรรมสิ่งทอ โรงงานผลิต การค้าระหว่างประเทศ โลจิสติกส์ แบรนด์ ไปจนถึงธุรกิจค้าปลีก
และในวันที่ 7 ตุลาคม ซึ่งตรงกับ World Cotton Day หรือวันฝ้ายโลก Talk About Market ขอพาย้อนกลับไปดูว่า เสื้อหนึ่งตัวที่มีฝ้ายเป็นองค์ประกอบหลักเดินทางมาอย่างไร ผ่าน 7 ตัวเลขสำคัญของ Cotton Economy
1.เกษตรกรผู้เป็นจุดเริ่มต้นของใยฝ้าย 24 ล้านคน
ข้อมูลจาก FAO พบว่า ทั่วโลกมีเกษตรกรปลูกฝ้ายประมาณ 24 ล้านคน กระจายอยู่ในหลายประเทศ โดย จีนเป็นประเทศผู้ผลิตฝ้ายรายใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยการผลิตที่มากถึง 7.8 ล้านตัน คิดเป็น 29.4% ของผลผลิตทั่วโลก รองลงมาคือ อินเดีย บราซิล และสหรัฐอเมริกา ซึ่ง 5 ประเทศนี้คือเป็นสัดส่วนมากกว่า 3 ใน 4 ของผลผลิตฝ้ายทั่วโลก
โดยหลังการเก็บเกี่ยวฝ้าย จะถกส่งไปที่โรงหีบฝ้าย หรือ Ginning Mill เพื่อแยกเมล็ดและสิ่งเจือปนออกจากเส้นใย เหลือเป็นเส้นใยฝ้าย หรือ Cotton Lint และจะถูกอัดเป็นก้อนและส่งต่อไปยังอุตสาหกรรมสิ่งทอ
2.คนที่มีงานจากเศรษฐกิจฝ้าย 125 ล้านคน
อ้างอิงจาก FAO พบว่า อุตสาหกรรมฝ้ายสร้างการจ้างงานให้คนประมาณ 125 ล้านคนตลอดเส้นทางตั้งแต่การผลิตจนถึงสินค้าปลายทาง ตั้งแต่เกษตรกรและแรงงานในไร่ โรงหีบฝ้าย โรงปั่นด้าย โรงงานผลิตผ้าและเสื้อผ้า ไปจนถึงธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการค้าและการจำหน่าย
ในจำนวนนี้มีแรงงานผู้หญิงมากถึง 43% ของแรงงานในภาคการผลิตฝ้ายโดยเฉพาะงานปลูกและเก็บเกี่ยวในแอฟริกาและเอเชีย
3.ความต้องการใช้ฝ้ายในอุตสาหกรรมสิ่งทอของโลกในหนึ่งฤดูกาล 26.14 ล้านตัน
ICAC ประเมินว่า ในฤดูกาล 2026/27 โรงงานสิ่งทอทั่วโลกจะใช้ฝ้ายประมาณ 26.14 ล้านตัน ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงกว่าการผลิตฝ้ายที่ผลิตได้ประมาณ 25.94 ล้านตันโดยส่วนต่างของฝ้ายที่มีการใช้มากกว่าจำนวนการผลิตได้มาจากการนำสต๊อกเก่ามาใช้งาน ซึ่งผลผลิตและความต้องการฝ้ายในแต่ละปีมีปริมาณไม่เท่ากัน
แม้ฝ้ายยังเป็นวัตถุดิบสำคัญของอุตสาหกรรมสิ่งทอ แต่ต้องแข่งขันกับเส้นใยสังเคราะห์ โดยเฉพาะ Polyester ที่มีจุดเด่นด้านความแข็งแรง ทนทาน ยับยาก แห้งเร็ว และมีต้นทุนที่แข่งขันได้ โดยข้อมูลล่าสุดจาก Textile Exchange พบว่า ในปี 2025 โลกผลิต Polyester ประมาณ 82.5 ล้านตัน คิดเป็นประมาณ 59% ของการผลิตเส้นใยทั้งหมดทั่วโลก ขณะที่ ฝ้าย มีสัดส่วนประมาณ 18% เท่านั้น
4. ฝ้ายเดินทางผ่านการค้าโลก 4 ล้านตัน
ICAC ประเมินว่า ในฤดูกาล 2025/26 มี เส้นใยฝ้าย หรือ Cotton Lint เข้าสู่การค้าระหว่างประเทศประมาณ 9.4 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2% จากฤดูกาลก่อนหน้า และคาดว่าฤดูกาล 2028/29 จะเพิ่มเป็น 10.3 ล้านตัน
โดยในฤดูกาล 2025/26 บราซิลเป็นผู้ส่งออก เส้นใยฝ้าย รายใหญ่ที่สุดของโลก โดย USDA ประเมินว่ามีสัดส่วนมากกว่า 33% ของการส่งออกฝ้ายโลก รองลงมาคือสหรัฐอเมริกา 27% เวียดนามและบังกลาเทศรวมกันประมาณ 35% ของการนำเข้าฝ้ายทั่วโลก เพื่อนำไปป้อนอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มของประเทศ
5.การใช้ฝ้ายของโรงงานสิ่งทออยู่ในจีนและอินเดียมากกว่า 50%
FAO ระบุว่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของฝ้ายที่โรงงานสิ่งทอทั่วโลกนำไปใช้ อยู่ในจีนและอินเดีย และ OECD-FAO ยังให้ข้อมูลว่าจีนยังเป็นประเทศที่แปรรูปฝ้ายมากที่สุดในโลก ตามด้วยอินเดีย ส่วนบังกลาเทศและเวียดนามกำลังมีบทบาทเพิ่มขึ้นจากการขยายตัวของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม
โดยเส้นใยฝ้ายที่ถูกส่งต่อมาจะเข้าสู่โรงปั่น เพื่อทำความสะอาดและปั่นเป็นเส้นด้าย ก่อนนำไปถักหรือทอเป็นผืนผ้า จากนั้นจึงผ่านการย้อม พิมพ์ และตกแต่งผิว ก่อนส่งต่อไปยังโรงงานตัดเย็บ
6.ฝ้ายส่วนใหญ่ถูกนำไปผลิตเสื้อผ้ามากถึง 80%
FAO ระบุว่า ประมาณ 80% ของฝ้ายถูกนำไปใช้ในอุตสาหกรรมเสื้อผ้า อีกประมาณ 15% ถูกใช้ในอุตสาหกรรมอื่นๆ ทำให้เห็นว่าเสื้อผ้าจึงเป็นปลายทางสำคัญที่สุดของ Cotton Economy ที่ต้องผ่านการเพิ่มมูลค่าหลายขั้น ตั้งแต่เส้นใยเป็นเส้นด้าย เส้นด้ายเป็นผ้า ผ้าถูกย้อมและตกแต่ง ก่อนเข้าสู่การตัด เย็บ ติดป้าย บรรจุ และส่งออกจากโรงงาน
หลังจากนั้นยังมีต้นทุนและมูลค่าที่เกิดจากการออกแบบ แบรนด์ การตลาด การขนส่ง การกระจายสินค้า และร้านค้าปลีก ก่อนจะกลายเป็นราคาที่ผู้บริโภคเห็นบนป้ายสินค้า
7.มูลค่าการค้าเสื้อผ้าโลกเกือบ 18.43 ล้านล้านบาท
อ้างอิงข้อมูลจาก ICAC พบว่า ในปี 2025 การส่งออกสิ่งทอทั่วโลกมีมูลค่าประมาณ 914,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 30.81 ล้านล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเสื้อผ้า 546,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 18.43 ล้านล้านบาท) หรือเกือบ 60% ของมูลค่าการส่งออกสิ่งทอทั่วโลก
อย่างไรก็ดีสิ่งเหล่านี้ทำให้เห็นว่าก่อนเสื้อผ้าฝ้ายหนึ่งตัวจะมาถึงมือเรา มันจึงอาจเริ่มจากฝ้ายที่ปลูกในจีน บราซิล หรือสหรัฐอเมริกา เดินทางไปปั่นด้ายและผลิตผ้าในอีกประเทศ ถูกตัดเย็บในอีกประเทศหนึ่ง ก่อนถูกส่งผ่านระบบโลจิสติกส์ แบรนด์ และร้านค้าไปยังผู้บริโภค
ซึ่ง Made in ที่อยู่บนป้ายเสื้อ จึงอาจบอกเพียงสถานที่ที่เสื้อตัวนั้นถูกผลิตในขั้นตอนหนึ่ง แต่ไม่ได้บอกทั้งหมดว่า วัตถุดิบและมูลค่าที่อยู่ในเสื้อตัวนั้นเดินทางผ่านที่ใดมาบ้าง
Talk About Market FYI
ประเทศไทยอยู่ตรงไหนในเส้นทางนี้
ข้อมูลจากสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ พบว่า เดือนมีนาคม 2569 ไทยมีโรงงานในอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มรวม 2,607 โรงงาน
และช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 ไทยส่งออกสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่มมูลค่ารวม 2,592.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 87,400 ล้านบาท) แบ่งเป็นสิ่งทอ 1,663.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 56,100 ล้านบาทและเครื่องนุ่งห่ม 929.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 31,300 ล้านบาท)
ตัวเลขเหล่านี้เป็นภาพรวมของอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ไม่ได้หมายถึงสินค้าจากฝ้ายทั้งหมด แต่ทำให้เห็นว่าไทยเองก็เป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่ระหว่างทางของ Supply Chain ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงสินค้าสำเร็จรูป