บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CLT ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ บริษัท เออีเอส เอ็นเนอร์จี จำกัด (AES) และ Yunfeng Financial Group Limited (Yunfeng) เพื่อร่วมพัฒนา ส่งเสริม สนับสนุน และศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินโครงการผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ Solar Rooftop ตลอดจนโครงการด้านพลังงานและธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดต้นทุน และส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนและพลังงานสะอาดอย่างเป็นรูปธรรม
พิธีลงนามจัดขึ้น ณ บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด โดยมี ดร.ชาคริต เทียบเธียรรัตน์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด ดร.สกุล เกียรติ์จีรวิรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออีเอส เอ็นเนอร์จี จำกัด และ Vivien Wong, Senior Managing Director, Yunfeng Financial Group Limited เป็นผู้แทนของทั้งสามองค์กรร่วมลงนามภายใต้กรอบความร่วมมือศึกษาและประเมินความเป็นไปได้ของโครงการ Solar Rooftop รวมถึงสำรวจความต้องการใช้พลังงานและวิเคราะห์รูปแบบการใช้ไฟฟ้า ตลอดจนประเมินปริมาณพลังงานที่สามารถผลิตได้ ความคุ้มค่าของโครงการ และผลตอบแทนจากการลงทุน เพื่อนำไปสู่การกำหนดแนวทางบริหารจัดการพลังงานที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ และสอดคล้องกับการดำเนินงานจริงขององค์กร
นอกจากนี้ ทั้งสามฝ่ายจะสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูล องค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนร่วมกันพิจารณากิจกรรมหรือโครงการอื่นที่สามารถสนับสนุนวัตถุประสงค์ของความร่วมมือ เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกันและเปิดโอกาสในการต่อยอดไปสู่ความร่วมมือทางธุรกิจในอนาคต
ดร.ชาคริต เทียบเธียรรัตน์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ห้องปฏิบัติการกลาง (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการนำแนวคิดด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนมาบูรณาการเข้ากับการดำเนินงานขององค์กรอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การศึกษาข้อมูลการใช้พลังงาน การพิจารณาเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ไปจนถึงการบริหารต้นทุนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เราเชื่อว่าการผสานจุดแข็งและความเชี่ยวชาญของทั้งสามฝ่าย จะนำไปสู่แนวทางบริหารจัดการพลังงานที่ตอบโจทย์ทั้งในมิติทางธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างสมดุล”
ดร.สกุล เกียรติ์จีรวิรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออีเอส เอ็นเนอร์จี จำกัด กล่าวว่า “การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ทั้งด้านข้อมูล เทคโนโลยี เงินทุน และความเชี่ยวชาญที่เชื่อมโยงกันอย่างเป็นระบบ ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยวางรากฐานสำหรับการพัฒนาโครงการพลังงานสะอาดที่มีประสิทธิภาพ มีความคุ้มค่า และเหมาะสมกับบริบทการใช้งานจริง พร้อมเป็นต้นแบบสำหรับการขยายผลไปสู่โครงการด้านพลังงานอื่นในอนาคต”
ด้าน Vivien Wong, Senior Managing Director, Yunfeng Financial Group Limited กล่าวว่า “พลังงานสะอาดถือเป็นกลไกสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน Yunfeng มีความยินดีที่จะนำประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายทางธุรกิจมาร่วมสนับสนุนการพัฒนาโครงการ รวมถึงเชื่อมโยงโอกาสด้านเทคโนโลยี การลงทุน และความร่วมมือทางธุรกิจ เพื่อสร้างคุณค่าร่วมกันในระยะยาว และมีส่วนสนับสนุนการพัฒนาระบบนิเวศด้านพลังงานสะอาดของประเทศไทยให้มีความเข้มแข็งยิ่งขึ้น”
ความร่วมมือดังกล่าวคาดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยในหลายมิติ ทั้งการส่งเสริมการผลิตและการใช้พลังงานหมุนเวียน การลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล การยกระดับประสิทธิภาพและบริหารต้นทุนพลังงานของภาคธุรกิจ ตลอดจนสนับสนุนการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นอกจากนี้ ยังช่วยส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์ระหว่างองค์กรไทยกับเครือข่ายธุรกิจระหว่างประเทศ
การขยายตัวของโครงการพลังงานสะอาดยังมีส่วนสนับสนุนห่วงโซ่เศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ผู้พัฒนาเทคโนโลยี ผู้ให้บริการด้านวิศวกรรมและพลังงาน ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะทาง ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถของภาคธุรกิจไทย และเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นต่อระบบการค้าและการลงทุนของโลก
ความร่วมมือครั้งนี้จึงมิได้มุ่งเน้นเพียงการศึกษาการติดตั้งระบบ Solar Rooftop เท่านั้น แต่ยังเป็นการวางรากฐานของรูปแบบความร่วมมือด้านพลังงานสะอาดแบบบูรณาการ โดยเชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี ความเชี่ยวชาญ และเครือข่ายทางธุรกิจของทั้งสามฝ่ายเข้าด้วยกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงาน และขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน