Healthier Choice

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือ NCDs (Non-Communicable Diseases) เป็นหนึ่งในโจทย์สุขภาพสำคัญของคนไทย โดยพฤติกรรมการบริโภค โดยเฉพาะอาหารหวาน มัน เค็ม เป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงที่ควรให้ความสำคัญ การสร้างตัวช่วยให้ผู้บริโภคสามารถมองเห็นและเลือกอาหารที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น จึงเป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการส่งเสริมการปรับพฤติกรรมและลดปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ

 

ประเด็นดังกล่าวได้รับการหยิบยกขึ้นแลกเปลี่ยนในเวทีเสวนา “ส่งเสริมคนไทยให้เข้าใจ และใส่ใจดูแลสุขภาพ” โดยมีผู้แทนจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กรมควบคุมโรค และกลุ่มบริษัทดัชมิลล์ ร่วมให้ข้อมูลและมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์สุขภาพของคนไทย รวมถึงการส่งเสริมความเข้าใจและการใช้ “ตราสัญลักษณ์โภชนาการทางเลือกสุขภาพ (Healthier Choice)” เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้ผู้บริโภคเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสุขภาพได้ง่ายขึ้น โดยข้อมูลจากเวทีเสวนาระบุว่า ในช่วง 17 ปีที่ผ่านมา จำนวนผู้มีภาวะอ้วน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่คนไทยมีภาวะอ้วนถึง 46%

 

อย. วางระบบให้ “ตราสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ” เข้าถึงง่ายขึ้น

นายแพทย์พิเชษฐ พืดขุนทด รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวว่า การรับมือ NCDs ต้องดำเนินควบคู่ทั้งการปรับพฤติกรรมของผู้บริโภคและการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเลือกอาหารที่เหมาะสม โดย อย. เดินหน้าส่งเสริมให้ผู้ประกอบการปรับสูตรผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อลดหวาน มัน เค็ม พร้อมสื่อสารข้อมูลผ่านฉลากโภชนาการและฉลาก GDA ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับรับรองสัญลักษณ์โภชนาการทางเลือกสุขภาพแล้ว 3,922 รายการ จาก 593 บริษัท และตั้งเป้าเพิ่มเป็นมากกว่า 5,000 รายการในอนาคต รวมถึงให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์ที่ผ่านการรับรองตรวจสอบตามเกณฑ์สารอาหารหรือคุณค่าทางโภชนาการจากสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล โดย อย. อำนวยความสะดวกด้วยระบบ Priority Track เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ที่ผ่านเกณฑ์สามารถเข้าสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการลดการบริโภคหวาน มัน เค็มอย่างยั่งยืน

 

กรมควบคุมโรค ชี้ “การเลือกอาหาร” คือจุดเริ่มต้นที่ทำได้ทันที

นายแพทย์กฤษฎา หาญบรรเจิด รักษาการนายแพทย์ทรงคุณวุฒิ อดีตผู้อำนวยการกองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กล่าวว่า การบริโภคเป็นหนึ่งในพฤติกรรมที่ประชาชนสามารถเริ่มปรับเปลี่ยนได้ด้วยตนเอง โดยเฉพาะการลดปัจจัยเสี่ยงจากน้ำตาลและโซเดียม ซึ่งควรจำกัดการบริโภคโซเดียมไม่เกิน 2,000 มิลลิกรัมต่อวัน ขณะเดียวกัน “ตราสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ” ยังเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยให้ผู้บริโภคมองเห็นและตัดสินใจเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมได้ง่ายขึ้น

 

สถาบันโภชนาการ วางเกณฑ์วิชาการเบื้องหลัง “ตราสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ”

รองศาสตราจารย์ ดร.ชลัท ศานติวรางคณา ผู้อำนวยการสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า หัวใจสำคัญของตราสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ คือ การมีเกณฑ์โภชนาการที่ชัดเจนและเหมาะสมกับอาหารแต่ละประเภท โดยปัจจุบันแบ่งผลิตภัณฑ์อาหารออกเป็น 15 กลุ่มหลัก และกำหนดเกณฑ์พิจารณาปริมาณสารอาหารแตกต่างกันตามประเภทผลิตภัณฑ์ ทำให้ตราดังกล่าวเป็นกลไกที่ช่วยแปลงข้อมูลทางโภชนาการที่ซับซ้อนให้ผู้บริโภคสามารถมองเห็นและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็นทางเลือกด้านสุขภาพได้ง่ายขึ้น

 

รองศาสตราจารย์ ดร.วันทนีย์ เกรียงสินยศ อาจารย์ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การปรับพฤติกรรมการบริโภคต้องอาศัยเวลา โดยเฉพาะการลดความหวานและความเค็ม ซึ่งแนวคิด Sensory Adaptation อธิบายว่า หากค่อยๆ ปรับลดหวาน มัน เค็ม ลงทีละน้อย ประสาทสัมผัสของผู้บริโภคสามารถปรับตัวและคุ้นเคยกับรสชาติที่อ่อนลงได้ ขณะเดียวกัน “ตราสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ” หากเป็นผลิตภัณฑ์ที่ขอขึ้นทะเบียนรับรองฯ (ใหม่) มีอายุการรับรอง 3 ปี และต้องต่ออายุผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีอายุการรับรองฯ 2 ปี เพื่อให้ผู้ประกอบการมีการทบทวนและปรับปรุงผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ยังมีการเฝ้าระวัง โดยสุ่มตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองฯ ในทุกปี ว่าผลิตภัณฑ์ยังคงเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อรักษามาตรฐาน และสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค

 

รองศาสตราจารย์ ดร.วันทนีย์ เกรียงสินยศ อาจารย์ สถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า การปรับพฤติกรรมการบริโภคต้องอาศัยเวลา โดยเฉพาะการลดความหวานและความเค็ม ซึ่งแนวคิด Sensory Adaptation อธิบายว่า หากค่อย ๆ ปรับลดรสจัดลงทีละน้อย ประสาทสัมผัสของผู้บริโภคสามารถปรับตัวและคุ้นเคยกับรสชาติที่อ่อนลงได้ ขณะเดียวกัน “ตราทางเลือกสุขภาพ” มีอายุการรับรอง 3 ปี เพื่อรักษามาตรฐานและให้ผู้ประกอบการมีการทบทวนและปรับปรุงผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง

 

ดัชมิลล์นำเกณฑ์โภชนาการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์และการเข้าถึงผู้บริโภค

ดร.วรรัตน์ ฉายสว่างวงศ์ ผู้จัดการนวัตกรรมพัฒนาผลิตภัณฑ์และวิจัย กลุ่มบริษัทดัชมิลล์ กล่าวว่า ดัชมิลล์ให้ความสำคัญกับการส่งต่อความเข้าใจเรื่อง “ตราทางเลือกสุขภาพ” ไปยังผู้บริโภค โดยมองว่าภาคเอกชนเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการทำให้ผู้บริโภครู้จักและเข้าใจสัญลักษณ์ดังกล่าวมากขึ้น ขณะเดียวกัน ดัชมิลล์ยังนำแนวทางด้านโภชนาการมาต่อยอดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยกำหนดเกณฑ์ด้านโภชนาการให้สอดคล้องกับแนวทางลดหวาน มัน เค็ม พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง อาทิ ดัชชี่ สูตรไขมัน 0% และผลิตภัณฑ์กลุ่ม Triple 0 เพื่อเพิ่มทางเลือกในการดูแลสุขภาพให้กับผู้บริโภค

 

ดัชมิลล์ยังตอกย้ำความไว้วางใจจากผู้บริโภค ด้วยการได้รับรางวัล “Most Chosen Brand” ในหมวด Dairy จากเวที Brand Footprint Awards 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 สะท้อนการได้รับการเลือกซื้อและความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

 

“รัฐ–เอกชน” ต้องไปด้วยกัน เพื่อให้ทางเลือกสุขภาพเกิดผลในวงกว้าง

จากมุมมองของผู้แทนภาครัฐ ภาควิชาการ และภาคเอกชน สะท้อนว่า การทำให้ “ตราสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ” เกิดประโยชน์ในวงกว้าง ต้องอาศัยความร่วมมือทั้งด้านองค์ความรู้ เกณฑ์ทางโภชนาการ การสนับสนุนจากภาครัฐ และการต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์และการเข้าถึงผู้บริโภค โดยดัชมิลล์พัฒนา “Healthier Shelf” เป็นพื้นที่รวมผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพในช่องทางค้าปลีก พร้อมเปิดตัว “หนุ่ม–กรรชัย กำเนิดพลอย” พรีเซนเตอร์แคมเปญ “ตรวจตราให้มั่นใจ ด้วยผลิตภัณฑ์เครื่องหมายทางเลือกสุขภาพจากดัชมิลล์” เพื่อร่วมสื่อสารเรื่อง “ตราสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ” ให้เข้าถึงผู้บริโภคมากขึ้น

 

“หนุ่ม–กรรชัย” มองว่า “ไม่ต้องอ่านทุกตัวอักษร ก็เลือกได้ง่ายขึ้น” เมื่อมี “ตราสัญลักษณ์ทางเลือกสุขภาพ” เป็นตัวช่วย เนื่องจากมีเกณฑ์และกระบวนการรับรองเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ช่วยให้ผู้บริโภคเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการดูแลสุขภาพได้ง่ายขึ้น

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *