เพราะการเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพไม่ควรถูกจำกัดด้วยระยะทาง สถานที่ หรือข้อจำกัดของระบบ ท่ามกลางความต้องการด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ทรัพยากร บุคลากร เวลา และสถานที่ให้บริการมีจำกัด หน่วยแพทย์เคลื่อนที่และหน่วยแพทย์อาสาจึงมีบทบาทสำคัญในการนำบริการสุขภาพออกไปหาประชาชน แต่กระบวนการจำนวนมากยังต้องพึ่งพาการทำงานด้วยคนและเอกสาร ตั้งแต่ลงทะเบียน คัดกรอง บริหารคิว ส่งต่อระหว่างคลินิก บันทึกผลการรักษา ไปจนถึงสรุปข้อมูลหลังจบภารกิจ ส่งผลให้เกิดขั้นตอนซ้ำซ้อน การรอคอย และข้อมูลที่ยากต่อการเชื่อมโยง
โจทย์จึงไม่ใช่เพียง “จะทำให้หน่วยแพทย์อาสาทำงานเร็วขึ้นอย่างไร” แต่คือ “จะทำอย่างไรให้บริการสุขภาพออกไปหาประชาชน พร้อมกระบวนการดูแลและบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพเช่นเดียวกับในโรงพยาบาล” ทรู คอร์ปอเรชั่น โดย ทรู อินโนเวชัน เซ็นเตอร์ จึงร่วมกับแพทยสภาเปิดตัว “M-ARSA (หมอ-อาสา)” แพลตฟอร์ม Digital Field Hospital ยกระดับหน่วยแพทย์อาสาสู่ระบบการดูแลสุขภาพนอกโรงพยาบาลแบบครบวงจร เชื่อมผู้ป่วย แพทย์ พยาบาล บุคลากร ข้อมูลสุขภาพ และการบริหารจัดการไว้บนระบบเดียวแบบเรียลไทม์ เปลี่ยนจากกระดาษสู่ดิจิทัล ลดขั้นตอนและเวลารอ พร้อมเชื่อมโยงข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้บริการสุขภาพสามารถเดินทางไปถึงประชาชนได้มากขึ้น
เทคโนโลยีสร้าง “เวลา” ให้แพทย์ สร้าง “โอกาส” ให้ประชาชน
พล.อ.อ.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า “หัวใจของหน่วยแพทย์อาสา คือความตั้งใจของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่นำความรู้ ความเชี่ยวชาญ และเวลาของตนเองออกไปดูแลประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการสุขภาพ ภารกิจของเราจึงไม่ใช่เพียงการรักษาผู้ป่วยให้ได้มากที่สุด แต่คือการทำให้ทุกครั้งที่ออกหน่วยสามารถดูแลประชาชนได้อย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง การมีระบบที่ช่วยลดขั้นตอน ลดภาระงานที่ไม่จำเป็น และเชื่อมโยงข้อมูลการรักษา จะช่วยให้แพทย์มีเวลากับผู้ป่วยมากขึ้น เพราะท้ายที่สุด เทคโนโลยีควรทำหน้าที่ช่วยให้ความตั้งใจของแพทย์อาสาเดินทางไปถึงประชาชนได้ไกลขึ้น โดยที่แพทย์ยังสามารถทุ่มเทเวลาให้กับสิ่งสำคัญที่สุด คือการดูแลผู้ป่วย”
เอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าสายงานวิจัยและนวัตกรรม บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า “เราเชื่อว่าโรงพยาบาลในอนาคตไม่ควรถูกจำกัดอยู่เพียงสถานที่ เพราะในวันที่ประชาชนบางส่วนเดินทางไปหาบริการสุขภาพได้ยาก เราต้องทำให้บริการสุขภาพสามารถเดินทางไปหาประชาชนได้ สำหรับทรู คุณค่าของเทคโนโลยีไม่ได้อยู่ที่ความล้ำสมัยเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ว่าสามารถลดข้อจำกัดและสร้างโอกาสให้ผู้คนได้มากเพียงใด
M-ARSA จึงไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพียงเพื่อเปลี่ยนกระดาษเป็นดิจิทัล แต่เรานำเทคโนโลยี ข้อมูล และ AI มาออกแบบกระบวนการดูแลสุขภาพนอกโรงพยาบาลใหม่ทั้งระบบ เพื่อคืนเวลาให้แพทย์ เพิ่มขีดความสามารถให้บุคลากร และเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้มากขึ้น นี่คือสิ่งที่ทรูให้ความสำคัญในการพัฒนานวัตกรรม คือ การเปลี่ยนศักยภาพของเทคโนโลยีให้เป็นโอกาสที่เกิดขึ้นจริงกับผู้คน และในเรื่องสุขภาพ โอกาสนั้นอาจหมายถึงการที่คนหนึ่งคนสามารถเข้าถึงแพทย์และการดูแลที่จำเป็นได้ในเวลาที่ต้องการ”
ไม่ใช่แค่นำ “แพทย์” ออกไป แต่พากระบวนการดูแลไปด้วย
แนวคิดดังกล่าวถูกพัฒนาให้เกิดขึ้นจริงผ่าน M-ARSA ซึ่งไม่ใช่เพียงการเปลี่ยนเอกสารเป็นดิจิทัล แต่คือ การออกแบบกระบวนการดูแลผู้ป่วยใหม่ตั้งแต่ต้นจนจบ ให้ข้อมูลเดินทางไปพร้อมกับผู้ป่วย ตั้งแต่ก่อนมาถึงหน่วยแพทย์ ระหว่างการตรวจรักษา จนจบการให้บริการ ลดการบันทึกข้อมูลซ้ำ และช่วยให้ทีมแพทย์เข้าถึงข้อมูลสำคัญได้อย่างต่อเนื่อง ผ่านการเชื่อมโยง 5 ระบบสำคัญ ได้แก่
1.เข้าถึงง่าย ลดเวลารอ (Patient Access & Registration)
ประชาชนสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าผ่านมือถือ รับรหัสผู้ป่วยและ QR Code ก่อนมาถึงหน่วยบริการ พร้อมระบบคิวอัจฉริยะและการเช็กอินที่รวดเร็ว ช่วยลดความแออัดและขั้นตอนที่จุดลงทะเบียน โดยระบบได้รับการออกแบบให้ตรวจสอบตัวตนด้วย QR Code หรือบัตรประชาชนได้ภายในไม่ถึง 30 วินาทีต่อผู้ป่วย
2.เชื่อมการรักษาตั้งแต่คัดกรองจนถึงรับยา (Smart OPD & Clinical Operations)
ครอบคลุมตั้งแต่การบันทึกสัญญาณชีพ คัดกรองและส่งผู้ป่วยไปยังคลินิกที่เหมาะสม บริหารคิว บันทึกผลตรวจและแผนการรักษาแบบดิจิทัล ไปจนถึงเชื่อมข้อมูลใบสั่งยาสู่จุดจ่ายยา ช่วยให้ข้อมูลการรักษาไหลต่อเนื่อง ลดการถามและบันทึกข้อมูลซ้ำ และทำให้แพทย์เข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องได้รวดเร็วขึ้น
3.บริหารบุคลากรแบบเรียลไทม์ (Workforce Management)
ครอบคลุมแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร ตั้งแต่การลงทะเบียนก่อนออกหน่วย การกำหนดบทบาทและสิทธิ์ การจัดเวร มอบหมายภารกิจ ไปจนถึงติดตามสถานะการทำงาน ทำให้ผู้บริหารหน่วยเห็นจุดที่ต้องการกำลังเสริม และสามารถจัดสรรบุคลากรให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ป่วยได้ดีขึ้น
4.เชื่อมข้อมูลสุขภาพที่เคยกระจัดกระจาย (Health Data Integration)
รวมข้อมูลการเข้ารับบริการเป็นประวัติสุขภาพของผู้ป่วย รองรับการเชื่อมต่อกับระบบข้อมูลของโรงพยาบาล ลดการบันทึกข้อมูลซ้ำ พร้อมกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลตามบทบาท และนำข้อมูลกลับมาวิเคราะห์เพื่อใช้ประโยชน์ในการดูแลผู้ป่วยและวางแผนบริการต่อได้
5.ศูนย์บริหารด้วยข้อมูลและ AI (AI Command Center)
ช่วยให้ผู้บริหารหน่วยเห็นจำนวนผู้ป่วย สถานะคิว ภาระงานของทีม และสัญญาณเตือนสำคัญผ่านหน้าจอเดียว พร้อม AI ช่วยตรวจจับความผิดปกติ เช่น ผู้ป่วยที่รอนานเกินเกณฑ์ หรือข้อมูลสัญญาณชีพที่ควรได้รับความสนใจ เพื่อให้ทีมเห็นปัญหาและจัดการได้รวดเร็วขึ้น รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลหลังจบภารกิจเพื่อนำไปพัฒนาการออกหน่วยครั้งต่อไป
เทคโนโลยี สู่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง
คุณค่าของ M-ARSA ไม่ได้อยู่ที่จำนวนฟังก์ชันของแพลตฟอร์ม แต่อยู่ที่การนำเทคโนโลยีมาเพิ่มขีดความสามารถและสร้างผลลัพธ์ตลอดทั้งระบบการดูแล ช่วยให้ประชาชนลดขั้นตอนและเวลารอ แพทย์และบุคลากรลดภาระงานเอกสารและการบันทึกข้อมูลซ้ำ และที่สำคัญคือ ช่วยสานต่อภารกิจของเหล่าแพทย์อาสา ให้ข้อมูลจากการออกหน่วยแต่ละครั้งสามารถเชื่อมโยง วิเคราะห์ และนำกลับมาใช้วางแผนการให้บริการครั้งต่อไปได้
M-ARSA ผ่านการนำไปใช้งานจริงในการออกหน่วยที่จังหวัดสระบุรี เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยนำข้อมูลมาใช้ขับเคลื่อนและบริหารจัดการกระบวนการทำงานของหน่วยแพทย์ ผลการใช้งานพบว่า ช่วยลดระยะเวลารอคอยของผู้ป่วยได้สูงสุดถึง 10 เท่า และเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้เข้ารับบริการได้ 30% ประสบการณ์จากการใช้งานนี้ ได้ถูกนำมาต่อยอดในการพัฒนา M-ARSA ให้สมบูรณ์และพร้อมใช้งานได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยนำมาใช้งานจริงเป็นครั้งแรกร่วมกับแพทยสภา ในการออกหน่วยแพทย์อาสา ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในครั้งนี้ เพื่อยกระดับการบริหารจัดการและเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลผู้ป่วยให้ดียิ่งขึ้น
จาก M-ARSA สู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อการดูแลสุขภาพนอกโรงพยาบาล
ก้าวต่อไปของความร่วมมือระหว่างทรู อินโนเวชัน เซ็นเตอร์ และแพทยสภา คือการต่อยอด M-ARSA สู่โครงสร้าง พื้นฐานดิจิทัลสำหรับการดูแลสุขภาพนอกโรงพยาบาล ที่สามารถขยายไปยังโรงพยาบาล หน่วยงานสาธารณสุข และภารกิจหน่วยแพทย์ในพื้นที่ต่างๆ ภายใต้มาตรฐานทางการแพทย์ การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และระบบการดำเนินงานที่ปลอดภัย เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงบริการสุขภาพ และทำให้แนวคิดจาก “ประชาชนเดินทางไปหาบริการสุขภาพ” สู่ “บริการสุขภาพเดินทางไปหาประชาชน” เกิดขึ้นจริงและขยายผลได้ในอนาคต