DSGPay แพลตฟอร์มการชำระเงินระหว่างประเทศ (Cross-border Payment) ที่ได้รับใบอนุญาตและดำเนินการโดย บริษัท บาทสมาร์ท จำกัด (Bahtsmart Co., Ltd.) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Dollarsmart Global ประเทศสิงคโปร์ ประกาศเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ภายหลังได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจบริการรับชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Payment License เลขที่ u(3.3)003/2568) จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
การเปิดตัวในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของ DSGPay ในการเข้าสู่หนึ่งในเศรษฐกิจดิจิทัลที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีพันธกิจหลักในการช่วยให้ภาคธุรกิจที่ดำเนินธุรกรรมในตลาดโลก สามารถบริหารการชำระเงินระหว่างประเทศได้ง่าย รวดเร็ว และคุ้มค่าด้วยต้นทุนที่ถูกลง ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดการณ์ว่าประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค จากความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้ส่งออก ผู้ประกอบการท่องเที่ยว ธุรกิจการค้าทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงองค์กรที่บริหารห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค
ท่ามกลางการขยายตัวของภาคธุรกิจไทยสู่ตลาดโลก ทั้งในภาคการส่งออก การท่องเที่ยว การผลิต อีคอมเมิร์ซ และธุรกิจที่ปรึกษาและบริการเฉพาะทาง ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินระหว่างประเทศที่มีประสิทธิภาพจึงเพิ่มสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยมูลค่าการชำระเงินระหว่างประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกแตะ 13.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และคาดว่าจะเติบโตถึง 24 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2576 ซึ่งไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่เติบโตเร็วที่สุด อย่างไรก็ตาม ธุรกิจไทยจำนวนมากยังคงพึ่งพาระบบธนาคารแบบดั้งเดิมที่มีตัวกลางหลายฝ่าย ส่งผลให้มีค่าธรรมเนียมโอนออกเฉลี่ย 500–1,000 บาทต่อรายการ มีส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยน (FX Margin) สูงถึง 5% และต้องใช้เวลานานถึง 5 วันทำการ
DSGPay เข้ามาแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินที่ทันสมัย ช่วยให้ธุรกิจสามารถรับชำระเงินจากลูกค้าทั่วโลก ชำระเงินให้คู่ค้าต่างประเทศ บริหารบัญชีเสมือนหลายสกุลเงิน (Multi-Currency Virtual Accounts) และเข้าถึงอัตราแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่าผ่านแพลตฟอร์มเดียวที่มีความปลอดภัยสูง โดยธุรกิจสามารถรับเงินเป็นสกุลเงินบาทได้ภายใน 2 วันทำการ พร้อมค่าธรรมเนียมเริ่มต้นเพียง 1% ซึ่งนับเป็นทางเลือกที่รวดเร็วและประหยัดกว่าบริการธนาคารแบบดั้งเดิมอย่างเห็นได้ชัด
นอกจากจะได้รับใบอนุญาตและการกำกับดูแลจากธนาคารแห่งประเทศไทยแล้ว DSGPay ยังผสานมาตรฐานการปฏิบัติตามกฎระเบียบในท้องถิ่นเข้ากับศักยภาพการชำระเงินระดับสากล โดยกลุ่มบริษัทยังได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจชำระเงินในฮ่องกงและออสเตรเลีย ทำให้ DSGPay เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการชำระเงินระหว่างประเทศเพียงไม่กี่รายที่มีการดำเนินงานภายใต้ใบอนุญาตครอบคลุมหลายตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
ต่างจากผู้ให้บริการรายอื่นที่มุ่งเน้นเพียงบริการรับชำระเงินหรือการจ่ายเงินออก DSGPay ช่วยให้ธุรกิจบริหารจัดการได้ทั้งการรับชำระเงินในประเทศ การชำระเงินออกต่างประเทศ บัญชีเสมือนหลายสกุลเงิน และการแปลงสกุลเงินต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มเดียวที่ถูกกฎหมาย ซึ่งช่วยลดความซับซ้อน ประหยัดต้นทุน และลดระยะเวลาในการทำธุรกรรม
Dwight Willis ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการของ DSGPay กล่าวว่า “ปัจจุบันธุรกิจไทยกำลังก้าวสู่ตลาดโลกมากขึ้น แต่การชำระเงินระหว่างประเทศยังคงมีราคาแพงและซับซ้อนเกินความจำเป็น พันธกิจของเราคือการทำให้ภาคธุรกิจในไทยเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินที่ง่าย โปร่งใส และมีประสิทธิภาพไม่ต่างจากการทำธุรกรรมภายในประเทศ เพื่อให้ธุรกิจรับเงินจากลูกค้าทั่วโลก ชำระเงินให้คู่ค้าต่างประเทศได้อย่างมั่นใจ และรักษารายได้ไว้ได้มากขึ้น โดยไม่ต้องสูญเสียไปกับค่าธรรมเนียมและอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงเกินไป เราเชื่อว่านี่คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญในการสนับสนุนให้ประเทศไทยเติบโตในฐานะศูนย์กลางการค้าและเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค”
DSGPay ช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถ
-รับชำระเงิน จากลูกค้าต่างประเทศได้มากกว่า 30 สกุลเงิน
-ชำระเงินไปยังคู่ค้าต่างประเทศและพันธมิตรได้อย่างรวดเร็ว โดยเงินส่วนใหญ่ส่งถึงปลายทางภายใน 1 วันทำการ
-เข้าถึงอัตราแลกเปลี่ยนที่โปร่งใส ไม่มีค่าธรรมเนียมแฝง พร้อมแสดงอัตราแลกเปลี่ยนจริงก่อนยืนยันทุกธุรกรรม
-ลดต้นทุนการชำระเงินระหว่างประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยค่าธรรมเนียมเริ่มต้นเพียง 1% ช่วยลดต้นทุนลงได้สูงสุดถึง 50% เมื่อเทียบกับอัตราค่าธรรมเนียมของเครือข่ายบัตรชำระเงินระหว่างประเทศทั่วไป
-ลดการแปลงสกุลเงินซ้ำซ้อน ด้วยระบบการชำระเงินตรงในบางคู่สกุลเงิน เช่น เงินบาท–วอนเกาหลี (THB–KRW) และ เงินบาท–หยวนจีน (THB–CNY)
-รับยอดชำระเป็นเงินบาท ได้ภายใน 2 วันทำการโดยเฉลี่ย
-บริหารการรับเงิน ชำระเงิน และบัญชีเสมือนหลายสกุลเงิน ได้ครบจบในแพลตฟอร์มเดียว
DSGPay ต่างจากการชำระเงินระหว่างประเทศแบบเดิมที่มักต้องติดต่อหลายธนาคาร ใช้บริการจากหลายผู้ให้บริการ และมีขั้นตอนเอกสารที่ยุ่งยาก โดย DSGPay ช่วยให้ทุกกระบวนการง่ายขึ้น แต่ยังคงยึดมั่นในมาตรฐานความปลอดภัยและการปฏิบัติตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทยอย่างเคร่งครัด
แพลตฟอร์มนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับธุรกิจทุกขนาด ตั้งแต่ SME ที่ต้องการขยายตลาด ไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ที่มีปริมาณธุรกรรมระหว่างประเทศสูง โดยอุตสาหกรรมที่ได้รับประโยชน์ ได้แก่ การท่องเที่ยวและโรงแรม ภาคการผลิต การค้าส่งและกระจายสินค้า อีคอมเมิร์ซ การศึกษา สาธารณสุข บริการวิชาชีพ และธุรกิจเทคโนโลยีที่ให้บริการลูกค้าในระดับภูมิภาค
การเปิดตัวของ DSGPay สอดรับกับช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเร่งยกระดับสู่การเป็นศูนย์กลางการค้า การลงทุน และเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาค ในขณะที่ธุรกิจไทยทำธุรกรรมกับลูกค้าและคู่ค้าในเอเชีย ยุโรป อเมริกาเหนือ และภูมิภาคอื่น ๆ มากขึ้น โครงสร้างพื้นฐานด้านการชำระเงินที่มีประสิทธิภาพจึงกลายเป็นหัวใจสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในระดับโลก
Dwight Willis กล่าวเสริมว่า “วิสัยทัศน์ของเราไกลกว่าแค่การประมวลผลการชำระเงิน เรากำลังสร้างโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่จะช่วยให้ธุรกิจไทยแข่งขันในตลาดโลกได้ด้วยความเร็ว ความโปร่งใส และประสิทธิภาพในระดับเดียวกับองค์กรชั้นนำของโลก การชำระเงินระหว่างประเทศไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการเติบโต การตัดต้นทุน ลดความล่าช้า และความซับซ้อนที่ไม่จำเป็นออกไป จะช่วยเปิดโอกาสใหม่ ๆ ในระดับสากล พร้อมเสริมศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นหนึ่งในเศรษฐกิจดิจิทัลชั้นนำของเอเชีย”