Samsung Galaxy Watch Ultra2

บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดตัว Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 สมาร์ทวอทช์เจเนอเรชันล่าสุดที่จะนำเข้าสู่ยุคใหม่ของการดูแลสุขภาพให้กลายเป็นเรื่องง่ายและมีประสิทธิภาพกว่าที่เคย ช่วยให้ผู้สวมใส่เข้าถึงข้อมูลสุขภาพเชิงลึกที่มีความหมายได้ทันทีเพียงแค่สวมใส่ ซัมซุงจึงนำเสนอนวัตกรรมอันทรงพลังที่ช่วยยกระดับทั้งความสบายในการสวมใส่และประสิทธิภาพการทำงานไปพร้อมกัน เพื่อให้สามารถสวมใส่ได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง ที่มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุมากที่สุดและหน้าจอที่สว่างสุดเท่าที่เคยมีมาของ Galaxy Watch ซึ่งขับเคลื่อนด้วยขุมพลังใหม่ Snapdragon Wear® Elite Platform ซึ่งทำหน้าที่เป็นหัวใจหลักในการแปลงข้อมูลชีวมาตร (Biometric data) อันซับซ้อนให้กลายเป็นคำแนะนำด้านสุขภาพเฉพาะบุคคลที่นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

 

ทีเอ็ม โรห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประธาน และหัวหน้าฝ่ายโมบายล์ เอ็กซ์พีเรียนซ์ (MX) บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กล่าวว่า “ซัมซุงมุ่งมั่นที่จะช่วยให้ผู้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยเราตั้งใจที่จะเปลี่ยนผ่านจากการรักษาเมื่อเกิดโรค ไปสู่การดูแลสุขภาพเชิงป้องกันในแบบไร้รอยต่อที่สุด การนำอุปกรณ์ที่ใช้ในชีวิตประจำวันมาผสานรวมกับนวัตกรรมระดับโลกช่วยให้เราสร้างสรรค์ประสบการณ์สุขภาพที่เชื่อมต่อกันได้อย่างครบวงจร โดย Galaxy Watch Ultra2 และ Galaxy Watch9 ใหม่ ถือเป็นก้าวสำคัญในวิสัยทัศน์ด้านสุขภาพของซัมซุง ที่จะทำหน้าที่เป็นเพื่อนคู่ใจที่คอยติดตามเก็บข้อมูลสุขภาพในแต่ละวัน พร้อมเปลี่ยนข้อมูลเหล่านั้นให้เป็นคำแนะนำเชิงป้องกันและการแจ้งเตือนได้อย่างทันท่วงที”

 

Galaxy Watch Ultra2 เป็นสมาร์ทวอทช์ที่เหมาะสำหรับสายออกกำลังกายจริงจัง และสายออกกำลังกายกลางแจ้งแบบเอ็กซ์ตรีม

Galaxy Watch Ultra2 นับเป็นสมาร์ทวอทช์ที่ทรงพลังและก้าวล้ำที่สุดของซัมซุง ออกแบบมาเพื่อการผจญภัยกลางแจ้งแบบสุดขั้วและสายแอ็กทีฟที่ต้องการอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูงสุดพร้อมการใช้งานยาวนาน มีความทนทานที่เชื่อถือได้ ระบบติดตามข้อมูลที่แม่นยำ รวมทั้งวัดและติดตามสุขภาพอย่างต่อเนื่องแม้ในสภาวะแวดล้อมสุดท้าทาย

 

โดยมาพร้อมโหมดติดตามกีฬากลางแจ้งโดยเฉพาะเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ก้าวข้ามขีดจำกัดได้อย่างปลอดภัย เช่น ฟีเจอร์วิ่งเทรล (Trail Run) ที่จะบันทึกข้อมูลระดับความสูง ความคืบหน้าในการปีน และผลกระทบจากสภาพภูมิประเทศโดยละเอียด ช่วยให้ผู้วิ่งทำความเร็วได้อย่างเหมาะสมและลดความเสี่ยงจากการบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ใหม่ การแจ้งเตือนให้ดื่มน้ำ (ผ่าน Nutrition Alert) โดยให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ว่าควรดื่มน้ำเมื่อใดและปริมาณเท่าใด ซึ่งทำงานร่วมกับฟีเจอร์วัดการสูญเสียเหงื่อ (Sweat Loss) โดยจะคำนวณปริมาณเหงื่อที่เสียไปเทียบกับน้ำหนักตัว ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *