เนสท์เล่ประกาศลงทุน 23,000 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานผลิตกาแฟแห่งใหม่ในจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจเนสกาแฟของเนสท์เล่ในประเทศไทย และรองรับการส่งออก
ซึ่งการลงทุนครั้งนี้ ถือเป็นหนึ่งในยุคของการเปลี่ยนผ่านของเนสกาแฟ จากเดิมที่เนสกาแฟในประเทศไทยได้ผลิตกาแฟผ่านพาร์ตเนอร์อย่างบริษัท Quality Coffee Products หรือ QCP ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนสัดส่วน 50:50 ระหว่างเนสท์เล่และตระกูลมหากิจศิริ มาอย่างยาวนานก่อนที่จะยุติการร่วมทุนจนกลายเป็นประเด็นฟ้องร้องทางธุรกิจมาก่อนหน้านั้น
เมื่อทุกอย่างคลี่คลาย เนสท์เล่จึงได้ลงทุนสร้างฐานการผลิตกาแฟของตัวเองอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อควบคุมซัพพลายเชน ตั้งแต่การผลิต เทคโนโลยี คุณภาพสินค้า ไปจนถึงการกระจายสินค้าในประเทศและต่างประเทศ
สำหรับเหตุผลที่เนสท์เล่เลือกตั้งโรงงานแห่งใหม่ในประเทศไทย มาจากหลายปัจจัยที่เชื่อมกันหลายประการ ได้แก่
1.ไทยเป็นตลาดที่เนสกาแฟมีฐานผู้บริโภคแข็งแรงมายาวนาน นับตั้งแต่เนสกาแฟเปิดตัวในไทยในปี 2516
2.ไทยมีความพร้อมด้านอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โดยโรงงานแห่งใหม่นี้จะผลิตสินค้าหลักของเนสกาแฟหลายประเภท ตั้งแต่กาแฟผงสำเร็จรูป กาแฟผงปรุงสำเร็จ ไปจนถึงกาแฟพร้อมดื่ม ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าที่ต้องใช้ทั้งเทคโนโลยีการผลิต มาตรฐานคุณภาพ และระบบกระจายสินค้าที่มีประสิทธิภาพ
3.สมุทรปราการเป็นทำเลที่เหมาะกับการผลิตและโลจิสติกส์ เพราะอยู่ใกล้พื้นที่อุตสาหกรรมสำคัญ ท่าเรือ สนามบิน และตลาดบริโภคขนาดใหญ่ ทำให้รองรับได้ทั้งตลาดในประเทศและการส่งออกไปยังตลาดใกล้เคียงในภูมิภาค
4.โรงงานแห่งใหม่นี้ยังเชื่อมกับซัพพลายเชนวัตถุดิบในประเทศ โดยเนสท์เล่ระบุว่าจะใช้วัตถุดิบและวัสดุจากไทยจำนวนมาก ทั้งเมล็ดกาแฟ น้ำตาล และน้ำนมดิบจากเกษตรกรไทย คิดเป็นมูลค่าการจัดซื้อจากในประเทศประมาณ 4,300 ล้านบาทต่อปี
โดยเฉพาะเมล็ดกาแฟโรบัสต้า ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญของกาแฟสำเร็จรูป เนสท์เล่รับซื้อจากเกษตรกรไทยมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งเสริมองค์ความรู้ด้านเกษตรเชิงฟื้นฟู หรือ Regenerative Agriculture เพื่อยกระดับทั้งผลผลิต คุณภาพ และความยั่งยืนของสวนกาแฟไทย
5.ไทยยังมีช่องว่างระหว่างผลผลิตกาแฟในประเทศกับความต้องการใช้จริงของอุตสาหกรรมอยู่มาก โดยข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรระบุว่า ปีการผลิต 2567/68 ไทยมีผลผลิตกาแฟรวม 15,651 ตัน ขณะที่ความต้องการใช้ในประเทศมากกว่า 95,500 ตัน ทำให้ไทยต้องนำเข้ากาแฟในรูปแบบต่าง ๆ มากกว่า 80,000 ตัน
อย่างไรก็ดี ทำให้เห็นว่าการลงทุน 23,000 ล้านบาทของเนสท์เล่จึงไม่ใช่แค่การสร้างโรงงานผลิตกาแฟแห่งใหม่ แต่เป็นการวางบทบาทใหม่ให้ประเทศไทยในซัพพลายเชนของเนสกาแฟ