dentsu executive and speaker

บริษัท เดนท์สุ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำศักยภาพการทำงานของมีเดียเอเจนซี่ยุคใหม่ ผ่านงาน dentsu DECODE 2026 | INTELLIGENCE IN MOTION | Smarter. Faster. Built for Growth. ชี้ว่าในยุคที่ผู้บริโภคถูกขับเคลื่อนด้วยอัลกอริทึม ความได้เปรียบของแบรนด์ไม่ได้อยู่ที่ “ทำมากกว่า” แต่อยู่ที่ “ตัดสินใจได้เร็วกว่า” ด้วยเครื่องมือและข้อมูลที่แม่นยำ ระบบการทำงานที่พร้อมปรับ และ AI Ecosystem ที่เชื่อมคน ขับเคลื่อนประสิทธิภาพ กระบวนการ และเครื่องมือเข้าด้วยกัน

 

ในงาน ทีม dentsu นำเสนอการประยุกต์นำ dentsu.Connect ระบบปฏิบัติการ AI ที่กลุ่มบริษัทเดนท์สุทั่วโลกใช้งาน และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน workflow ของการทำงานมีเดียแบบ end-to-end เช่น Audience Builder, COPO (Consumer in Your Pocket), Client IQ, Business Planner, Optisysta, KOLsphere, TeraVue เป็นต้น โดยทีม dentsu รวบรวมกรณีการใช้งานจริงจากการทำงานร่วมกับลูกค้าในหลากหลายอุตสาหกรรม พร้อมสาธิต “ความล้ำ” ผ่านทีมงานมืออาชีพ ที่จะช่วยให้นักการตลาดจับสัญญาณสำคัญของผู้บริโภคได้เร็วขึ้น เทคแอคชั่นได้แม่นยำ เร็วขึ้น และต่อยอดได้ต่อเนื่อง ส่งผลลัพธ์การเติบโตและความคุ้มค่าในการลงทุนที่จับต้องได้ สร้างการรับรู้ได้เพิ่มขึ้นและเพิ่มโอกาสในการสร้างความสนใจต่อแบรนด์เพิ่มขึ้น

 

วิสาสินี สิรินันทานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจมีเดีย กลุ่มบริษัทเดนท์สุ ประเทศไทย และบริษัท คาราท (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เดนท์สุเราอยากให้นักการตลาดในปัจจุบันสามารถรับรู้ได้ว่า “ผู้บริโภคสนใจอะไร เมื่อไหร่ และเพราะอะไร” รวมถึงต้องรู้ว่าจะเข้าถึงด้วยวิธีใด ช่องทางไหน และรูปแบบใด ในเวลาและบริบทที่เหมาะสม เพราะเมื่อผู้บริโภคจำนวนมากถูกนำทางด้วยอัลกอริทึม หากยังทำงานแบบเดิม ความล่าช้าจะกลายเป็นความเสี่ยงทางธุรกิจ

 

“ปัจจุบันเราอยากให้มองความได้เปรียบเชิงความเร็ว (Economy of Speed) เพิ่มขึ้นจากความได้เปรียบเชิงขนาด (Economy of Scale) ความเร็วที่นักการตลาดต้องตามให้ทัน ไม่ใช่แค่การทำงานให้เร็วขึ้น แต่คือความสามารถในการจับสัญญาณ ตรวจสอบช่องทางการเข้าถึงลูกค้า แก้ไขความผิดพลาดด้วยข้อมูลที่แม่นยำ และขยายผลความสำเร็จได้ก่อนใคร อนาคตไม่ได้เป็นของคนที่วางแผนได้ดีที่สุด แต่เป็นของคนที่เห็นก่อน ตัดสินใจก่อน และลงมือก่อน Winning ไม่ใช่ด้วย Scale หรือ Size แต่ด้วย Decision Speed” วิสาสินีกล่าว

 

เดนท์สุนำเสนอกรอบการทำงานใหม่ที่เปลี่ยนจากการตลาดแบบยึด “แคมเปญเป็นหลัก” ไปสู่ “ระบบที่พร้อมปรับและพร้อมใช้ได้ตลอดเวลา” โดยใช้ AI เป็นแกนกลางเพื่อช่วยคัดกรองสัญญาณได้อย่างชาญฉลาด ตัดสินใจได้ด้วยความรวดเร็ว และสร้างการเติบโตทางธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ผ่าน 7 ขั้นตอนสำคัญ ตั้งแต่การค้นหาโอกาสการเติบโต ไปจนถึงการรายงานแบบอัจฉริยะ วัดผลการทำงาน และแปลงไปเป็นยอดขายได้ ประกอบด้วย Growth Audiences, Predictive Planning, Intelligent Activation, Optimization Intelligence, Content Intelligence, Commerce Intelligence และ Reporting Intelligence

 

7 ขั้นตอนขับเคลื่อนมีเดียด้วย dentsu.Connect Intelligence Operating System ให้แบรนด์รู้ก่อน-โต ก่อนใคร

จากงาน DECODE 2026 | INTELLIGENCE IN MOTION | Smarter. Faster. Built for Growth.

1.Growth Audiences: จัดการกลุ่มเป้าหมายด้วย AI เพื่อเข้าถึง “คนที่มีความต้องการจริง” ลดการเดาและลดความเสี่ยงจากการเลือกกลุ่มแบบสุ่มผล

ตัวอย่างเครื่องมือ: Audience Builder, COPO (Consumer in Your Pocket), Cultural Insights และ Client IQ

ตัวอย่างสิ่งที่วัดได้: เครื่องมือช่วยหากลุ่มเป้าหมายคุณภาพเพื่อสร้างการเติบโตให้ธุรกิจ ได้กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ตรงกับธุรกิจและบริการของลูกค้าที่สูงขึ้น และลดความสิ้นเปลืองจากการกำหนดลูกค้าเป้าหมายที่ผิดกลุ่มเพราะกว้างเกินไปเช่นในอดีต (demographic & interest profiles)

 

2.Predictive Planning: เปลี่ยนจากเน้นการเข้าหาผู้บริโภคจำนวนมากแบบเน้นการเข้าถึง (Reach) ไปสู่การคาดหวังประสิทธิผลจากการรับชมสื่อที่ส่งถึงคนที่ “มองจริง สนใจจริง” และสามารถตรวจสอบคุณภาพการมองเห็นของสื่อที่นำเสนอออกไปได้

ตัวอย่างเครื่องมือ: Media Planner for attentive reach และ attentive frequency

ตัวอย่างสิ่งที่วัดได้: viewable impressions ดีขึ้น คุณภาพการมองเห็นสูงขึ้น และ frequency เหมาะสมดีขึ้น

 

3.Intelligent Activation: ใช้ข้อมูลของผู้บริโภคจากหลากหลายมิติ เช่น ข้อมูลพฤติกรรม ตำแหน่งสถานที่ การทำกิจกรรมบนออนไลน์ การท่องเที่ยวเดินทาง การใช้จ่ายบนออนไลน์ เป็นต้น เพื่อหากลุ่มเป้าหมายที่มีโอกาสสูงที่สุดที่จะซื้อสินค้า-บริการ (High-Intent Audience) นำมาเข้าระบบทำงานต่อเพื่อให้ได้ผลลัพธ์เชิงธุรกิจดีขึ้น

ตัวอย่างเครื่องมือ: TURBOCHARGE – audience signal seeding

ตัวอย่างผลลัพธ์ (ผลลัพธ์ที่ได้เป็นกรณีเฉพาะรายและอาจแตกต่างกันไป): เพิ่มประสิทธิภาพการลงทุนโฆษณา 1.4 เท่า ได้ลีดเพิ่มขึ้น 67% (กลุ่มธุรกิจประกัน) ราคาลีดลดลง 56% (กลุ่มธุรกิจอสังหาฯ) และเพิ่มอัตราการซื้อจากการมองเห็นสื่อ 145% (กลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม)

 

4.Optimization Intelligence: รันแคมเปญบนทุกแพลตฟอร์มด้วยระบบอัจฉริยะที่คอยจัดการกับทุกสัญญาณข้อมูลจริงในขณะเดียวกัน เพื่อผลลัพธ์รวมที่เป็นเลิศ แทนการรอ “จบแคมเปญแล้วค่อยแก้”

ตัวอย่างเครื่องมือ: dentsu Optisysta

ตัวอย่างสิ่งที่วัดได้: CPL และ CPA (ต้นทุนค่าโฆษณาต้นทุนต่อการได้มาซึ่งลูกค้า 1 ราย) ลดลง, อัตราการตัดสินใจเป็นลูกค้าสูงขึ้น, คุณภาพทราฟฟิกดีขึ้น (เช่น time on site/engagement), ลดการสูญเปล่าจาก placement หรือกลุ่มเป้าหมายที่ไม่ตอบสนอง

 

5.Content Intelligence: บริหารคอนเทนต์ให้ “สอดคล้องและน่าเชื่อถือ” ข้ามหลายช่องทาง ทั้งของแบรนด์เองและช่องทางอื่น ๆ (เช่น KOL/สื่อ/คอมมูนิตี้)

ตัวอย่างเครื่องมือ: tag ACE

ตัวอย่างสิ่งที่วัดได้: ประสิทธิภาพคอนเทนต์รายฟอร์แมต/ช่องทาง, engagement, video completion, คุณภาพทราฟฟิกจากคอนเทนต์ (time on site, scroll depth) ที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

6.Commerce Intelligence: เชื่อมสื่อ, Social Listening, คอนเทนต์, KOL และคอมเมิร์ซให้ได้วัดผลเชิงพาณิชย์ได้จริง

ตัวอย่างเครื่องมือ: KOLsphere

ตัวอย่างสิ่งที่วัดได้: ยอดขาย/คำสั่งซื้อที่เกิดจากแคมเปญ, conversion rate, อัตราผลตอบแทนจากการโฆษณา/อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน (GMV/ROAS/ROI), ต้นทุนต่อคำสั่งซื้อที่ดีขึ้น

 

7.Reporting Intelligence: รายงานในรูปแบบ dashboard อัจฉริยะที่ช่วยตอบคำถาม “สิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจ” ช่วยลดงาน manual และเร่งความเร็วในการตัดสินใจ

ตัวอย่างเครื่องมือ: TeraVue

ตัวอย่างสิ่งที่วัดได้: ความเร็วในการรายงานผลแบบ real-time สามารถเชื่อมต่อ Data source ที่หลากหลาย เพื่อให้เห็นรายงานที่ชัดเจน และครอบคลุมทุกมิติ พร้อม AI Analytics สรุปและตอบทุกคำถามสำคัญเพื่อสร้างการเติบโตให้ธุรกิจได้จริง

 

ยิ่งไปกว่านั้น เดนท์สุยังได้นำเสนอเครื่องมือ “dentsu Future Mandala” ในฐานะกรอบความคิดที่ช่วยให้นักการตลาด “มองเห็นก่อน เชื่อมโยงได้เร็วกว่า และเติบโตได้อย่างแม่นยำ” ในโลกที่ทุกสัญญาณเชื่อมต่อกัน โดย Future Mandala ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือในการวิเคราะห์ แต่เป็นแผนที่ของโอกาส ที่รวมเอามิติของธุรกิจ วัฒนธรรม เทคโนโลยี และข้อมูลเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อเปลี่ยนความซับซ้อนให้กลายเป็นความได้เปรียบในการแข่งขัน

 

dentsu DECODE 2026 | INTELLIGENCE IN MOTION | Smarter. Faster. Built for Growth. กลุ่มบริษัทเดนท์สุ ประเทศไทย พร้อมร่วมเป็นพันธมิตรเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตทางธุรกิจ (Growth Partner) ตัวจริงเคียงข้างทุกแบรนด์และทุกอุตสาหกรรม ด้วยบุคลากรมืออาชีพและระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ dentsu.Connect ที่เข้าใจลึกถึงบริบทไทย

 

เราขอขอบพระคุณพันธมิตรผู้ร่วมสนับสนุนทุกแบรนด์และทุกแพลตฟอร์ม ที่มาร่วมขับเคลื่อนระบบนิเวศดิจิทัลในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น AnyMind Group ผู้นำเทคโนโลยี End-to-End Commerce ที่ร่วมสร้างความตื่นเต้นและประสบการณ์ใหม่ให้ผู้บริโภค; DoubleVerify (DV) แพลตฟอร์มตรวจสอบและเพิ่มประสิทธิภาพสื่อระดับโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อผลลัพธ์ทางธุรกิจที่แม่นยำ; IAS (Integral Ad Science) ที่ยกระดับคุณภาพสื่อด้วย AI ช่วยนักการตลาดลดงบสูญเปล่าและเร่งการเติบโตตั้งแต่แบรนด์จนถึงยอดขาย; Affinity ผู้บุกเบิกพรมแดนใหม่ของ AdTech ด้วยเทคโนโลยีโฆษณาอัจฉริยะแบบ Programmatic; Silverpush ผู้นำ AI ขับเคลื่อน Contextual Advertising วิเคราะห์คอนเทนต์แวดล้อมได้อย่างแม่นยำ; รวมถึงสุดยอดแพลตฟอร์มความบันเทิงและคอนเทนต์ระดับท็อป ทั้ง Tencent (Thailand) ศูนย์รวมความบันเทิงคุณภาพและโซลูชันดิจิทัลชั้นนำแห่งเอเชีย, TrueID แพลตฟอร์มสมาร์ตเอนเตอร์เทนเมนต์ระดับเวิลด์คลาสยุคใหม่ และ Viu ผู้นำคอนเทนต์เอเชียเอ็นเตอร์เทนเมนต์และซีรีส์พากย์ไทยที่ครบทุกฟีลลิ่ง

 

 

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *