AI Engineering Skills and Hackathon for Employment 2026-Group

บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) ประกาศความสำเร็จโครงการ ‘Microsoft AI Engineering Skills and Hackathon for Employment 2026’ ที่จัดขึ้นเพื่อบ่มเพาะและพัฒนาทักษะวิศวกรรมปัญญาประดิษฐ์ให้แก่นิสิต นักศึกษา และผู้สนใจ ในการเตรียมความพร้อมสู่การทำงานจริง และร่วมสร้างบุคลากรทักษะ AI ขั้นสูงป้อนสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยี อันเป็นรากฐานสำคัญในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต หรือ New S-Curve ของประเทศไทยให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

 

โครงการนี้อยู่ภายใต้แผนงาน Microsoft Elevate ในเสาหลักด้านการพัฒนาบุคลากร มุ่งเน้นการสร้างเสริมทักษะ AI ในอุตสาหกรรมต่างๆ ผ่านการฝึกอบรม การสร้างเครือข่ายพันธมิตร และการสนับสนุนข้อมูลเชิงลึก เพื่อขับเคลื่อนการนำศักยภาพของ AI ไปสู่ผู้เรียน บุคลากร และชุมชนไทยอย่างทั่วถึง ควบคู่ไปกับการสนับสนุนสถาบันการศึกษาด้วยหลักสูตรและกรอบการเรียนรู้ ที่ช่วยสร้างความมั่นใจในการใช้งาน AI อย่างมีประสิทธิภาพและมีความรับผิดชอบ รวมทั้งทำงานร่วมกับภาครัฐเพื่อส่งเสริมทักษะและขับเคลื่อนนโยบายเทคโนโลยี ความพยายามเหล่านี้มีส่วนสำคัญในการยกระดับตลาดแรงงานและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยไปสู่ดิจิทัล

 

โดยโครงการ Microsoft AI Engineering Skills and Hackathon for Employment 2026 ได้เปิดรับสมัครนิสิต นักศึกษา นักพัฒนา และบุคคลทั่วไป เข้าร่วมเรียนรู้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม 2569 ซึ่งแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 ระยะ เพื่อบ่มเพาะทักษะอย่างเป็นขั้นตอน ได้แก่

 

การเรียนรู้และปูพื้นฐานทักษะดิจิทัล

ผ่านหลักสูตรออนไลน์บนMicrosoft Learn และคอร์สเฉพาะทางจาก AIAT Academy ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมีผู้เรียนที่สำเร็จหลักสูตรและได้รับประกาศนียบัตรจำนวน 444 คน

 

การแข่งขันMini-Hackathon

เพื่อคัดเลือกเข้าสู่รอบฝึกอบรมถัดไป โดยมีโครงการนวัตกรรม AI ส่งเข้าประกวดรวมทั้งสิ้น433 ผลงาน ก่อนจะผ่านการคัดเลือกอย่างเข้มข้นโดยผู้เชี่ยวชาญ จนได้ผู้ผ่านเข้ารอบจำนวน 93 คน

 

การฝึกอบรมทักษะวิศวกรรมAI ขั้นสูงแบบ Bootcamp 

เพื่อบ่มเพาะความรู้เชิงลึกใน 8 หลักสูตรที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานจริงในภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ครอบคลุมเทคนิค เช่น Advanced Workflow Engineering, การพัฒนา AI Agent, เทคนิคการเขียนโปรแกรม Vibe Coding, การวางระบบ DevOps on Azure สำหรับโซลูชัน AI, เทคโนโลยี AI ทางการแพทย์,การประมวลผลภาพขั้นสูง รวมถึงกรอบความปลอดภัยและการใช้งาน AI อย่างมีความรับผิดชอบ

 

การแข่งขันHackathon รอบชิงชนะเลิศ

เวทีแสดงศักยภาพในการนำเสนอผลงานต้นแบบ ซึ่งจากทั้งหมด 93 คน มีผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าสู่รอบสุดท้ายจำนวน 53 คน ซึ่งได้แบ่งกลุ่มเป็น 12 ทีม เพื่อพัฒนาโซลูชันนวัตกรรมและนำเสนอแผนงานภายใต้หัวข้อ Industrial Digital Transformation บนระบบคลาวด์ Microsoft Azure และยังเปิดประตูสู่โอกาสการทำงานในอุตสาหกรรม New S-Curve พร้อมทั้งต่อยอดสู่การทำงานจริงได้อย่างเป็นรูปธรรม

 

สุภารัตน์ จูระมงคล ผู้อำนวยการด้านทักษะเอไอ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย กล่าวว่า “การส่งเสริมทักษะวิศวกรรม AI ให้กับผู้เข้าร่วมโครงการนี้ เป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความสำเร็จในการยกระดับศักยภาพกำลังคนยุคใหม่ให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของเทคโนโลยี เราได้เห็นถึงพลัง ความคิดสร้างสรรค์ และความมุ่งมั่นของนิสิต นักศึกษา รวมถึงผู้เข้าร่วมแข่งขันทุกคน ที่นำเทคโนโลยีคลาวด์และ AI ระดับโลกอย่าง Microsoft Azure ร่วมกับ Azure AI Foundry มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ใช้งานได้จริงในอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งนักพัฒนารุ่นใหม่เหล่านี้จะเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่เข้าไปช่วยขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคธุรกิจไทยต่อไป ขอขอบคุณ AIAT สำหรับความร่วมมือที่แข็งแกร่ง และขอแสดงความยินดีกับผู้ชนะการแข่งขัน Hackathon ทุกทีม ไมโครซอฟท์จะเดินหน้าทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนเพื่อสนับสนุนและสร้างโอกาสให้กับบุคลากรไทย ในการเข้าถึงทักษะดิจิทัลแห่งอนาคต”

 

ดร.เทพชัย ทรัพย์นิธิ นายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย กล่าวว่า “เป้าหมายของ AIAT คือการส่งเสริมและพัฒนากำลังคนด้าน AI ให้มีทักษะทางปฏิบัติที่ตรงกับความต้องการของภาคธุรกิจ ไมโครซอฟท์มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมในการส่งเสริมศักยภาพผ่านทางออนไลน์และมีระบบนิเวศที่พร้อมจะนำไปต่อยอด โครงการนี้จึงได้รับการออกแบบให้ผู้เรียนได้ศึกษาด้วยตนเองผ่าน Microsoft Learn ควบคู่ไปกับการฝึกฝนเชิงปฏิบัติผ่านกิจกรรม Mini-Hackathon และค่าย Bootcamp เพื่อศึกษาเทคนิคเฉพาะทางอย่าง Retrieval-Augmented Generation หรือ RAG รวมถึงการใช้ข้อมูลภายในร่วมกับโมเดลภาษาขนาดใหญ่ ตลอดจนฝึกฝนการทำงานเป็นทีมเพื่อนำเสนอโครงการในรอบสุดท้าย ซึ่งความสำเร็จในวันนี้เป็นสิ่งที่น่ายินดีอย่างยิ่ง เราได้เห็นถึงศักยภาพของบุคลากรรุ่นใหม่ และหวังว่าสิ่งที่ทุกคนได้เรียนรู้จะช่วยต่อยอดทักษะไปสู่การทำงานที่ตอบโจทย์ภาคธุรกิจและภาคอุตสาหกรรมในอนาคต โมเดลในการเรียนรู้นี้ยังถือเป็นต้นแบบที่สำคัญในการพัฒนากำลังคนในหลากหลายระดับตามความเหมาะสมของผู้เรียน”

 

สำหรับการแข่งขัน Hackathon ในโครงการนี้อยู่ภายใต้หัวข้อ Industrial Digital Transformation ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าแข่งขันร่วมออกแบบโซลูชันเพื่อสนับสนุนการทำงานของภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม โดยผลการตัดสินมีดังนี้

 

รางวัลชนะเลิศ – ทีมPropViz

นำเสนอแพลตฟอร์มสร้างภาพจำลองสำหรับอสังหาริมทรัพย์และสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ (NPA) เพื่อช่วยให้สถาบันการเงินและผู้ซื้อเห็นภาพการปรับปรุงอาคารรอการขายได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยนำ Generative AI บน Azure AI Foundry ร่วมกับ Azure Vision มาช่วยเปลี่ยนภาพถ่ายห้องเปล่าหรืออาคารเก่าให้กลายเป็นภาพจำลอง 3 มิติ ที่ปรับแต่งได้ตามสไตล์ของแต่ละบุคคล พร้อมระบบประเมินงบประมาณการซ่อมแซมเบื้องต้น และเชื่อมโยงข้อมูลกับผู้รับเหมาและสถาบันการเงิน เพื่อเชื่อมต่อทั้งกระบวนการในหนึ่งเดียว

 

รองชนะเลิศอันดับที่1 – ทีมSabaidee 

นำเสนอแพลตฟอร์มจัดทริปการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยนำ Azure AI Search ร่วมกับ Azure OpenAI มาสร้างระบบช่วยแนะนำกิจกรรมและการดูแลสุขภาพที่ตรงความต้องการของแต่ละบุคคล เช่น การสืบค้นข้อมูลเมนูอาหารสำหรับผู้มีอาการแพ้ และข้อมูลการบริการทางการแพทย์ในแต่ละพื้นที่

 

รองชนะเลิศอันดับที่2 – ทีมPak Pink Jai 

นำเสนอแอปพลิเคชันสำหรับประเมินและดูแลสภาวะทางอารมณ์ส่วนบุคคล เพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีในองค์กรและชีวิตประจำวัน โดยใช้ระบบบันทึกความรู้สึกร่วมกับ AI Companion ที่ผ่านการฝึกฝนตามแนวทางจิตวิทยาการปรับความคิดและพฤติกรรม เพื่อรับฟัง ให้คำแนะนำ และแนะกิจกรรมผ่อนคลายเฉพาะบุคคล โดยให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้อย่างสูงสุด

 

รางวัลชมเชย – ทีมSmart Factory TwinOps AI

นำเสนอโซลูชันปัญญาประดิษฐ์และคู่เสมือนดิจิทัล เพื่อตรวจจับสิ่งผิดปกติ คาดการณ์ และวางแผนซ่อมบำรุงเครื่องจักรเชิงป้องกันในโรงงานอุตสาหกรรม โดยวิเคราะห์ข้อมูลร่วมกับระบบ IoT ของ Azure เพื่อช่วยลดเวลาการหยุดชะงักของเครื่องจักร

 

รางวัลชมเชย – ทีมSME Copilot

นำเสนอระบบวิเคราะห์ข้อมูลการขายเพื่อประเมินแนวโน้มร้านค้า พร้อมช่วยสร้างเนื้อหาสำหรับประชาสัมพันธ์สินค้าอัตโนมัติตามข้อมูลเชิงสถิติ เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้แก่ร้านค้าออนไลน์ขนาดเล็ก

 

ตัวแทนผู้ชนะจากทีม PropViz เปิดเผยความรู้สึกหลังได้รับรางวัลว่า “พวกเราดีใจและภูมิใจกับรางวัลนี้มากๆ โจทย์เรื่องการจัดการสินทรัพย์ NPA เป็นปัญหาจริงที่ภาคการเงินเผชิญอยู่ ซึ่งเทคโนโลยีระดับโลกของไมโครซอฟท์อย่าง Azure AI Foundry และ Azure Vision ได้เข้ามาช่วยให้สามารถประมวลผลภาพถ่ายอาคารเก่า และแปลงเป็นโมเดล 3 มิติ ที่ตกแต่งสมบูรณ์ได้อย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านข้อมูลส่วนบุคคล โครงการนี้ช่วยให้เราเข้าใจว่าเทคโนโลยี AI สามารถนำมาแก้ไขข้อจำกัดทางธุรกิจในชีวิตจริงได้อย่างไร สิ่งที่ได้เรียนรู้จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการทำงานในสายอาชีพนี้ต่อไป”

 

ผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายทั้ง 53 คน ยังจะได้รับโอกาสพิเศษในการพูดคุยและรับคำแนะนำอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญด้าน AI ของไมโครซอฟท์ เพื่อเสริมมุมมองเชิงลึกในการพัฒนาโซลูชันจริง และความเข้าใจแนวทางการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI ในภาคธุรกิจ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่เส้นทางอาชีพในอุตสาหกรรมดิจิทัล

 

ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดผลงานและข้อมูลโครงการเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย หรือเข้าศึกษาบทเรียนทักษะ AI ด้วยตนเองผ่าน Microsoft Elevate

 

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *