Sony OCELLUS

บริษัท โซนี่ ไทย จำกัด ร่วมกับ หลักสูตรการผลิตเสมือนและการออกแบบประสบการณ์โลกเสมือนจริง คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และ บริษัท เวิร์ส มีเดีย เทคโนโลยี จำกัด ประกาศความร่วมมือจัดงานสาธิตเทคโนโลยี OCELLUS Camera Tracking”(โอ-เซล-ลัส แคมเมอร่า แทร็กกิ้ง) เป็นครั้งแรกในประเทศไทย เพื่อนำเสนอศักยภาพเทคโนโลยี Camera Tracking ระดับไฮเอนด์ รองรับการผลิตสื่อยุคใหม่ ทั้ง Virtual Production, In-camera VFX (ICVFX) และ Augmented Reality (AR) โดยความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนการผสานศักยภาพของทั้ง 3 ภาคส่วน ได้แก่ อุตสาหกรรมภาพยนตร์ การถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ และภาคการศึกษา เพื่อร่วมกันยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมสื่อดิจิทัลไทย

 

ภายในงานมุ่งเน้นการถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์จริงให้กับผู้เข้าร่วม ผ่านการสาธิตการใช้งานระบบ OCELLUS แบบครบวงจรโดยทีมวิศวกรผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเปิดประสบการณ์ First Look” ของเทคโนโลยีที่รองรับทั้ง Virtual Production และ AR ควบคู่กับการเสวนาพิเศษจากตัวแทนทุกภาคส่วน ได้แก่ คุณซัน–รังสิ สานกิ่งทอง ผู้กำกับภาพ จาก Final Pixel Studio ในมุมมองภาคอุตสาหกรรมภาพยนตร์ คุณเข้ม-วรัชญ์ ชิดชอบ จาก นีว่า เทคโนโลยี ภาคอุตสาหกรรมการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์ อาจารย์ทนงศักดิ์ สุวรรณรัตน์ จากภาคการศึกษา คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ   คุณจ๊อบ–ดนุวัฒน์ เจตนา ผู้กำกับภาพ ที่ร่วมถ่ายทอดมุมมองจากการทำงานจริง เพื่อเตรียมความพร้อมให้บุคลากรไทยก้าวสู่มาตรฐานการผลิตระดับสากล พร้อมด้วยแนะนำการใช้งาน  OCELLUS จากคุณกิตติพัฒน์ จินะทอง จาก เวิร์ส มีเดีย เทคโนโลยี ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้าน Virtual Production, Immersive Technology และสามารถผลิตสื่อโฆษณาที่ใช้เทคนิคพิเศษระดับสูง เช่น Motion Graphic, Unreal Engine Developer

 

 “OCELLUS (ASR-CT1)” ระบบ Camera Tracking รุ่นแรกจากโซนี่ ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อลดความซับซ้อนของกระบวนการทำงานด้าน Augmented Reality (AR) และ Virtual Production ในอุตสาหกรรมบรอดแคสต์และภาพยนตร์ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Marker-Free Tracking ที่สามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์โปรดักชันได้หลากหลายประเภท และรองรับการใช้งานร่วมกับกล้องได้อย่างยืดหยุ่น ทั้งกล้อง Cinema กล้อง Broadcast ของโซนี่ และกล้องจากแบรนด์อื่น ตอกย้ำบทบาทของโซนี่ในการขับเคลื่อน Ecosystem ด้าน Virtual Production และพัฒนาอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยอย่างต่อเนื่อง

 

อิสระแห่งการติดตาม ไร้ข้อจำกัดเรื่อง Marker

หัวใจสำคัญของ OCELLUS คือการยกระดับประสบการณ์การทำงานด้วยการขจัดความยุ่งยากจากการติดตั้ง Marker แบบเดิม ตัวระบบมาพร้อมเซนเซอร์รับภาพถึง 5 ตัว ผสานการทำงานกับเทคโนโลยี Visual SLAM (Simultaneous Localization and Mapping) เอกสิทธิ์ของโซนี่ ช่วยสร้างแผนที่อ้างอิงแบบเรียลไทม์ เพื่อการติดตามตำแหน่งกล้องที่มีความเสถียรและแม่นยำสูง รองรับการใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพทั้งในสตูดิโอและนอกสถานที่

 

รองรับการทำงานร่วมกับกล้องหลากหลาย (Camera Agnostic)

 OCELLUS ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดระบบเปิด (Open System) ที่รองรับการทำงานร่วมกับกล้องถ่ายภาพยนตร์และกล้องบรอดแคสต์ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกล้องในตระกูล Sony Cinema Line, ระบบกล้องถ่ายทอดสด รวมถึงกล้องจากแบรนด์อื่น ๆ เพื่อมอบความยืดหยุ่นสูงสุดให้กับงานโปรดักชันในทุกรูปแบบ โดยภายใน 1 ชุด ประกอบด้วยอุปกรณ์หลัก ได้แก่

-Sensor Unit:หน่วยเซนเซอร์สำหรับตรวจจับและติดตามตำแหน่งกล้องอย่างแม่นยำ

-Processing Box:กล่องประมวลผลข้อมูล ทำหน้าที่ประมวลผลและส่งต่อข้อมูลแบบเรียลไทม์

-Lens Encoders:ชุดอุปกรณ์สำหรับดึงค่าพารามิเตอร์ของเลนส์ จำนวน 3 ชิ้น เพื่อความแม่นยำในการคำนวณภาพ

 

การเชื่อมต่อและข้อมูล Metadata ที่สมบูรณ์แบบ

 OCELLUS ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานแบบครบวงจร โดยเมื่อใช้งานร่วมกับกล้องในตระกูล Cinema Line หรือกล้อง Studio และ Broadcast ของโซนี่ ระบบสามารถดึงข้อมูล Metadata ของเลนส์ ไม่ว่าจะเป็นค่า Focus, Iris และ Zoom ผ่านเอาต์พุต SDI ของกล้อง และส่งต่อข้อมูลแบบเรียลไทม์ไปยังอุปกรณ์ภายนอกผ่านการเชื่อมต่อ Ethernet ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

ในกรณีที่เลนส์ไม่รองรับการส่งข้อมูล Metadata ผ่านตัวกล้อง ผู้ใช้งานยังสามารถติดตั้ง Lens Encoders ที่มาพร้อมระบบ เพื่อดึงข้อมูลพารามิเตอร์ของเลนส์ได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ระบบยังรองรับการบันทึกข้อมูลสำคัญ อาทิ Tracking Data, ข้อมูลกล้องและเลนส์, Timecode รวมถึงชื่อไฟล์ ซึ่งช่วยให้กระบวนการทำงานในขั้นตอน Post-production มีความต่อเนื่อง แม่นยำ และรวดเร็วยิ่งขึ้น

 

เติมเต็ม Ecosystem ด้าน Virtual Production ของโซนี่

 OCELLUS สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโซนี่ในการสนับสนุนครีเอเตอร์และอุตสาหกรรม Virtual Production และ Augmented Reality (AR) อย่างครบวงจร โดยเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับ Ecosystem ที่ครอบคลุมตั้งแต่กล้องถ่ายภาพ ระบบ Camera Tracking ไปจนถึงซอฟต์แวร์ Virtual Production Toolset เพื่อให้การสร้างสรรค์ผลงานภาพมีความสมจริง ลื่นไหล และไร้รอยต่อในทุกขั้นตอนการผลิต

 

จุดเด่นผลิตภัณฑ์

1.หน่วยเซ็นเซอร์ (Sensor Unit)

ออกแบบในขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา มาพร้อมเซ็นเซอร์ภาพจำนวน 5 ตัว เพื่อรองรับการทำงานด้าน Camera Tracking ได้อย่างมีประสิทธิภาพและแม่นยำในหลากหลายสภาพแวดล้อม

– รองรับการเลือกใช้งาน 4 จาก 5 เซ็นเซอร์ เพื่อเพิ่มความเสถียรในการติดตามแบบไร้ Marker และรองรับสถานการณ์ที่มีการบังวัตถุ (Occlusion)

–  สามารถสร้างข้อมูล Tracking ได้ทันที เมื่อมีเซ็นเซอร์อย่างน้อย 1 ตัวตรวจจับ Feature Points

–  ติดตั้ง IR LEDs ทั้งสองด้านของแต่ละเซ็นเซอร์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการติดตามในสภาพแสงน้อย

–  มาพร้อม Visible Light Cut Unit รองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่มีการเปลี่ยนแปลงของแสง

–  ขนาดประมาณ 86 × 60 × 43 มม. (กว้าง × สูง × ลึก) และน้ำหนักประมาณ 250 กรัม

–  ติดตั้งและปรับตำแหน่งได้สะดวกด้วยอุปกรณ์ยึดแบบ NATO Rail (รวมอยู่ในชุด)

–  เชื่อมต่อกับหน่วยประมวลผลหลัก (Processing Box) ผ่านสาย USB Type-C® เพียงเส้นเดียว พร้อมระบบล็อก และรองรับการจ่ายไฟผ่านสายเดียวกัน

 

2.หน่วยประมวลผลหลัก (Processing Box)

รองรับการประมวลผลและส่งข้อมูล Tracking รวมถึง Metadata ของกล้องและเลนส์ได้อย่างแม่นยำแบบเรียลไทม์ รองรับการทำงานในระบบ Virtual Production ระดับมืออาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ

– รองรับการส่งข้อมูล Tracking และ Metadata แบบเรียลไทม์ไปยังซอฟต์แวร์ CG เช่น Unreal Engine ผ่านการเชื่อมต่อ Ethernet ในรูปแบบ Free-D

– มาพร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อระดับมืออาชีพ อาทิ Genlock Input, Timecode Input, SDI Input/Output และพอร์ตสำหรับเชื่อมต่อ Lens Encoder

– รองรับการบันทึกข้อมูล Tracking และ Metadata ในรูปแบบไฟล์ FBX ลงบนการ์ด SDXC (UHS-II/UHS-I) พร้อมความสามารถในการซิงก์กับไฟล์วิดีโอจากกล้องหลักได้อย่างแม่นยำ

– ติดตั้งหน้าจอ OLED สำหรับแสดงข้อมูลสำคัญ เช่น IP Address สถานะการ Tracking และข้อมูลเลนส์ เพื่อความสะดวกในการตรวจสอบและควบคุมการทำงาน

 

3.ชุดถอดรหัสเลนส์ (Lens Encoder)

ออกแบบมาเพื่อรองรับการตรวจจับและส่งข้อมูลการทำงานของเลนส์ได้อย่างแม่นยำ ช่วยเสริมประสิทธิภาพของระบบ Camera Tracking ให้สมบูรณ์และแม่นยำยิ่งขึ้นในทุกสถานการณ์การใช้งาน

– ตรวจจับค่าการหมุนและตำแหน่งของเลนส์ได้อย่างละเอียด ครอบคลุมทั้ง Focus, Zoom และ Iris

– ส่งข้อมูลไปยังหน่วยประมวลผลหลัก (Processing Box) ผ่านการเชื่อมต่อแบบ LEMO 7-pin

–  รองรับการดึงข้อมูล Metadata สำหรับเลนส์และกล้องที่ไม่รองรับการส่งข้อมูลผ่าน SDI

–  มาพร้อมชุดเฟือง (Gears) จำนวน 5 รูปแบบ เพื่อรองรับการใช้งานกับเลนส์ที่หลากหลาย

 

กำหนดการวางจำหน่าย

ระบบ Camera Tracking “OCELLUS (ASR-CT1)” พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ ในราคา 1,349,000  บาท

About The Author

Leave a Reply

Discover more from Talk About Market

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading