สมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทย หรือ TDPA (Thai Digital Platform Trade Association: TDPA) ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวกลางของผู้ประกอบการแพลตฟอร์มดิจิทัล เพื่อประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และเอกชน พร้อมสื่อสารกับภาคประชาชนในภาพใหญ่
โดย TDPA ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือของผู้เล่นแพลตฟอร์มรายสำคัญ 4 ราย ได้แก่ Grab, Lazada, LINE MAN Wongnai และ Shopee มี พันโทหญิง ดร. ธมกร ศุภธนรังสี ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมการค้าแพลตฟอร์มดิจิทัลไทยเป็นคนแรก
พร้อมเปิดรับแพลตฟอร์มดิจิทัลรายอื่นๆ ที่จดทะเบียนในประเทศไทย ในหมวดแพลตฟอร์มดิจิทัลที่สนใจเข้าร่วมเป็นสมาชิก เช่นผู้ประกอบการ Ride-Hailing , Banking – Finance, Ecommerce-Social Commer และอื่นๆ ซึ่งในปัจจุบันมีมากกว่า 200 บริษัทในประเทศไทยที่จดทะเบียนในกลุ่มนี้
สำหรับหลักการดำเนินงานของ TDPA อยู่ภายใต้แนวทางหลัก 4 ประการ ได้แก่
1.ความเป็นกลางและการแข่งขันที่เป็นธรรม: ส่งเสริมสนามแข่งขันที่เท่าเทียม เปิดโอกาสให้ทั้งแพลตฟอร์มเกิดใหม่และผู้ประกอบการ SMEs เติบโตได้อย่างแท้จริง
2.การกำกับดูแลที่เน้นไปยังวัตถุประสงค์: ร่วมมือกับภาครัฐในการผลักดันกฎหมายและนโยบายที่ตอบโจทย์ประโยชน์สาธารณะอย่างสมดุลและมีประสิทธิภาพ
3.ความโปร่งใสและความไว้วางใจ: ยกระดับมาตรฐานด้านข้อมูล ความปลอดภัย และการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบนิเวศดิจิทัล
4.ส่งเสริมทักษะดิจิทัลและการเข้าถึงโอกาส: สนับสนุนให้ธุรกิจไทยก้าวสู่เศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมส่งเสริมการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับผู้ประกอบการ
อย่างไรก็ดี การจัดตั้ง TDPA ในประเทศไทยเป็นการเกิดขึ้นในสภาวะของเศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากรายงานเศรษฐกิจดิจิทัลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (e-Conomy SEA Report 2025) ฉบับล่าสุด โดย Google, Temasek และ Bain & Company พบว่าเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยในปี 2568 มีมูลค่าทางการตลาดและอัตราการเติบโตอยู่ที่ 16% หรือประมาณ 1.73 ล้านล้านบาท (5.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ) ในปีที่ผ่านมา และเป็นมูลค่าที่ครองตลาดเป็นอันดับ 2 ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีภาคอีคอมเมิร์ซที่เติบโตอย่างรวดเร็วเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ควบคู่กับธุรกิจขนส่งออนไลน์ บริการส่งอาหาร และสื่อดิจิทัล
นอกจากนี้เศรษฐกิจดิจิทัลในประเทศไทย ยังมีสัดส่วนมากถึง 10% ของ GDP ในประเทศทั้งหมด
และคาดการณ์ว่าปี 2570 เศรษฐกิจดิทัลจะมีสัดส่วน 30% ของ GDP ทั้งประเทศ จากการเพิ่มขึ้นของการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและสมาร์ทโฟน, การยอมรับ Ecommerce และการชำระเงินดิจิทัลอย่างกว้างขวาง และฐานผู้บริโภคดิจิทัลที่มีขนาดใหญ่