เคยสงสัยไหมว่า ทำไมอยู่ดีๆ ราคาทองถึงพุ่งทะยานจนทำลายสถิติใหม่? จริงๆ แล้วทองคำไม่ได้ขึ้นลงตามอำเภอใจ แต่มี “กลไก” เบื้องหลังที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด นี่คือ 5 สาเหตุสำคัญที่ทำให้ราคาทองคำขยับตัว
1.เมื่อเงินในมือ “ด้อยค่า” (เงินเฟ้อสูง)
ลองนึกภาพว่าเมื่อก่อนเงิน 100 บาทซื้อข้าวได้ 3 จาน แต่เดี๋ยวนี้เหลือแค่ 2 จาน นั่นคือภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นในทุกๆ ปี และเมื่อคนรู้สึกว่าถือ “เงินสด” แล้วมูลค่าลดลงเรื่อยๆ เขาจะหันไปหา ทองคำ เพราะทองคำเป็นทรัพย์สินที่มีค่าในตัวเอง ไม่เสื่อมสลาย และมักจะราคาขึ้นตามค่าครองชีพ
2.นโยบายดอกเบี้ยของสหรัฐฯ
ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) คือตัวละครสำคัญ เพราะช่วงดอกเบี้ยต่ำ: คนไม่อยากฝากเงินเพราะได้ดอกเบี้ยน้อย เลยเอาเงินมาซื้อทองแทน ราคาจึงขึ้น
ในทางกลับกันช่วงดอกเบี้ยขาลง: ยิ่งเป็นสัญญาณกระตุ้นให้ทองคำดูน่าดึงดูดใจมากขึ้นในสายตานักลงทุน
3.ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัว
เนื่องจากทองคำซื้อขายกันด้วยสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นหลัก ถ้าดอลลาร์ “อ่อนค่า” ลง จะทำให้ทองคำดูมีราคา “ถูกลง” สำหรับคนถือเงินสกุลอื่น (เช่น คนไทย) จึงเกิดแรงซื้อจากทั่วโลกเข้ามาดันให้ราคาสูงขึ้นนั่นเอง
4.ความกลัวและความไม่แน่นอน (Safe Haven)
ทองคำถูกขนานนามว่าเป็น “หลุมหลบภัย” ทางเศรษฐกิจ เมื่อใดที่มีข่าวสงคราม ความขัดแย้งระหว่างประเทศ หรือวิกฤตเศรษฐกิจหนักๆ นักลงทุนจะเกิดความกลัวและรีบเทขายหุ้นเพื่อมาซื้อทองเก็บไว้ เพราะเชื่อว่าต่อให้โลกจะเกิดอะไรขึ้น ทองคำก็ยังมีค่าเสมอ
5.แรงซื้อจากธนาคารกลางทั่วโลก
ธนาคารกลางของหลายๆ ประเทศ (เช่น จีน อินเดีย) ก็กำลังเร่งสะสมทองคำเข้าคลังสำรอง เพื่อลดการพึ่งพาเงินดอลลาร์ เมื่อความต้องการซื้อ (Demand) จากระดับประเทศมีสูงมาก ราคาจึงขยับขึ้นตามกลไกตลาด
อย่างไรก็ดีในมุมมองสำหรับคนไทย อย่าลืมดู “ค่าเงินบาท”
สำหรับบ้านเรา มีปัจจัยพิเศษที่ต้องระวังคือ ค่าเงินบาท เพราะถ้าทองโลกขึ้น แต่ เงินบาทแข็งค่า ราคาทองไทยอาจจะไม่ขึ้นตามเท่าที่ควร
แต่ถ้าทองโลกขึ้น แล้ว เงินบาทอ่อนค่า ด้วย แบบนี้ราคาทองในไทยจะพุ่งแรงแบบ “เด้งสอง” เลยทีเดียว
และนี่คือราคาทองย้อนหลังในรอบ 20 ปี
