เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ DHL ตั้งบริษัทใหม่

ภาพรวมธุรกิจโลจิสติกส์ด้านเฮลธ์แคร์ที่เกิดจากการจับมือระหว่าง บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โลจิสติกส์ ในเครือ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BJC และ บริษัท ดีเอชแอล ซัพพลายเชน (ประเทศไทย) ในรูปแบบบริษัทร่วมทุน (Joint Venture) สัดส่วน 50:50 ชัดเจนขึ้น เมื่อ ฐาปณี เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่แห่ง BJC ประกาศถึงความพร้อมในการจัดตั้งบริษัท ซึ่งจะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ด้วยทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท

 

บริษัทใหม่ที่ร่วมทุนระหว่าง BJC และ DHL มีเคนนี่ ไท อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน ดีเอชแอล ซัพพลายเชน กลุ่มธุรกิจประเทศไทย ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทร่วมทุน ส่วนชื่อบริษัทยังไม่เป็นที่เปิดเผย

 

ที่ผ่านมา BJC ดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ด้วยศักยภาพของตนเองมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2543 จนปัจจุบันได้กลายเป็น Top 3 ในตลาดโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ในประเทศไทย

 

ขณะเดียวกัน การตัดสินใจจัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับพันธมิตรระดับโลกอย่าง DHL เพื่อให้บริการโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์แก่ BJC และบริษัทอื่น ๆ ที่สนใจนั้น Talk About Market มองว่ามาจากเหตุผลที่น่าสนใจดังนี้

 

1.ตลาดเฮลธ์แคร์ในประเทศไทยมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากความต้องการด้านการรักษาพยาบาล ยา และเวชภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น โดยคาดการณ์ว่าในปี 2573 ตลาดเฮลธ์แคร์ไทยจะมีมูลค่าสูงถึง 645,000 ล้านบาท ที่มาพร้อมกับการเติบโตของการเป็น Medical Hub การก้าวสู่สังคมสูงวัยในประเทศไทย และเทรนด์ Wellness ของคนทั่วโลก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลให้ความต้องการสินค้าด้านสุขภาพเพิ่มสูงขึ้น

 

2.BJC มีขาธุรกิจเฮลธ์แคร์มายาวนานกว่า 60 ปี ปัจจุบันมีจุดแข็งด้านเครือข่ายโรงพยาบาลกว่า 1,200 แห่ง คลินิก 2,600 แห่ง ร้านขายยา 4,600 แห่ง และมีรายได้จากธุรกิจ Pharmaceutical Division 59% และ Medical Division 41% แม้ที่ผ่านมา BJC จะใช้ระบบโลจิสติกส์ของตนเองในการกระจายสินค้า แต่การร่วมทุนในครั้งนี้จะช่วยเสริมประสิทธิภาพโลจิสติกส์ให้กับธุรกิจเฮลธ์แคร์มากยิ่งขึ้น ผ่านการพัฒนาคลังสินค้าและการขนส่งที่หลากหลาย รวมถึงการนำเทคโนโลยีเข้ามายกระดับประสิทธิภาพด้วย know-how ของ DHL เช่น การใช้ระบบอัตโนมัติในคลังสินค้า มาตรฐานการดำเนินงาน (Operations Management System – OMS) และระบบติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบสถานะได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง (end-to-end visibility) ครอบคลุมทั้งซัพพลายเชนด้านเฮลธ์แคร์ สร้างความมั่นใจให้กับ BJC และลูกค้าอื่น ๆ ที่เข้ามาใช้บริการ

 

3.ด้วยการเป็นบริษัทข้ามชาติของ DHL ที่มีกลุ่มลูกค้าหลากหลายในหลายประเทศ และมีความสัมพันธ์อันดีกับ Top Medical 50 บริษัททั่วโลก โดยมี Top Medical ถึง 48 บริษัทที่เป็นลูกค้าของ DHL ในประเทศต่าง ๆ การร่วมทุนในครั้งนี้จึงเปิดโอกาสให้สามารถขยายฐานลูกค้าระดับโลกได้มากขึ้น จากเดิมที่บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โลจิสติกส์ ของ BJC มีลูกค้าระดับโลกเข้ามาใช้บริการไม่มากนัก

 

สำหรับภาพของความร่วมมือในการจัดตั้งบริษัทโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์แห่งใหม่นี้ ได้ดำเนินงานภายใต้ 3 เสาหลัก ดังนี้

 

1.โครงสร้างพื้นฐานที่ออกแบบมาเพื่ออุตสาหกรรมเฮลธ์แคร์โดยเฉพาะ

คลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิที่ครอบคลุมทุกระดับความต้องการ (Multi-temperature) และระบบคลังสินค้าแบบแช่เย็นและแช่แข็ง (Cold-chain facilities) ที่ได้มาตรฐาน Good Distribution Practice (GDP) รองรับการจัดเก็บและกระจายสินค้ากลุ่มยาชีววัตถุ (Biologics) วัคซีน ยาเฉพาะทาง ยาฉีดที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ ตลอดจนเวชภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่สำคัญ

 

2.บุคลากรที่เชี่ยวชาญด้านเฮลธ์แคร์

โปรแกรมพัฒนาบุคลากรเฉพาะทางที่ผสานหลักสูตรฝึกอบรมโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์มาตรฐานโลกของดีเอชแอล เข้ากับความเชี่ยวชาญด้านกฎระเบียบและบริบททางการแพทย์เชิงลึกของบีเจซี เพื่อให้มั่นใจว่าบุคลากรมีความพร้อมในการจัดการผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ ด้วยความแม่นยำและใส่ใจในทุกรายละเอียด

 

3.การปฏิบัติตามข้อกำหนดมาตรฐานทางการแพทย์

มั่นใจด้วยระบบบริหารจัดการคุณภาพที่มีประสิทธิภาพ และขั้นตอนการดำเนินงานตามมาตรฐาน (SOPs) ผสานเทคโนโลยีการตรวจสอบย้อนกลับแบบดิจิทัล (digital traceability) พร้อมการปฏิบัติตามระเบียบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รวมถึงมาตรฐาน GDP และ GMP (Good Manufacturing Practice) อย่างเคร่งครัด

 

พร้อมกันนี้ ยังมีแผนลงทุนเฉลี่ยปีละ 1,000–1,500 ล้านบาทต่อปี อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี โดยเน้นการขยายแวร์เฮาส์เป็นหลัก

 

อย่างไรก็ดี จากการร่วมทุนจัดตั้งบริษัทใหม่ในครั้งนี้ ฐาปณีเชื่อว่าจะสามารถสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ได้สูงถึง 36% ต่อปี และเติบโตมากถึง 4 เท่าภายใน 5 ปี จากเดิมที่ธุรกิจของบริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โลจิสติกส์ เติบโตเพียง 1–2% ต่อปี และจะช่วยตอกย้ำความเป็น Top 3 ในตลาดโลจิสติกส์เฮลธ์แคร์ได้อย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

 

 

 

Talk About Market FYI

 

ผลประกอบการ บริษัท เบอร์ลี่ ยุคเกอร์ โลจิสติกส์ จำกัด อ้างอิงจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

2563 รายได้รวม 1,115.71 ล้านบาท กำไร 41.88 ล้านบาท

2564 รายได้รวม 1,306.51 ล้านบาท กำไร 125.91 ล้านบาท

2565 รายได้รวม 768.19 ล้านบาท กำไร 164.64 ล้านบาท

2566 รายได้รวม 614.16 ล้านบาท กำไร 83.35 ล้านบาท

2567 รายได้รวม 732.11 ล้านบาท กำไร 140.39 ล้านบาท

 

 

About The Author

Leave a Reply

Discover more from Talk About Market

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading