ธนาคารกสิกรไทยเข้าใจและตระหนั กถึงภาระทางการเงินของลูกค้ าภาคธุรกิจและลูกค้าบุคคลที่ต้ องเผชิญท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ ยังเติบโตช้า จึงพร้อมขานรับมติ ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) โดยทันที ด้วยการส่งต่อความช่วยเหลือไปถึ งลูกค้าอย่างเป็นรูปธรรม ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงิ นกู้สูงสุด 0.25% เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง ลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงิน และเป็นแรงหนุนสำคัญให้ลูกค้ าสามารถก้าวต่อไปได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งการผ่อนคลายนโยบายการเงิ นอย่างต่อเนื่องจะมีส่วนช่ วยบรรเทาภาระหนี้แก่ภาคครัวเรื อนและภาคธุรกิจเพื่อให้ลูกค้ าสามารถฟื้นตัวได้อย่างเต็มกำลั ง
จงรัก รัตนเพียร ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยในระยะข้างหน้ามี แนวโน้มขยายตัวได้ในกรอบจำกัด จากแรงกดดันด้านการบริ โภคและการส่งออกที่ชะลอตัว ภาคเอกชนที่ชะลอการใช้จ่ ายและการลงทุนจากภาวะที่มี ความไม่แน่นอนสูง ธนาคารเชื่อมั่นว่า การดำเนินมาตรการเชิงรุกด้ วยการตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ ยโดยทันที ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้ างเสถียรภาพทางการเงินและสนั บสนุนประสิทธิผลของนโยบายการเงิ นในภาพรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเร่งช่ วยเหลือและดูแลลูกค้าของธนาคาร เพื่อให้ประเทศสามารถฟื้นตั วและเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ อันจะนำไปสู่ความยั่งยื นทางเศรษฐกิจในระยะยาว
โดยธนาคารได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ ยเงินกู้ เพื่อดูแลลูกค้าแต่ละกลุ่ม มีผลตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ดังนี้
- อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้
ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ปรับลด 0.10% จาก 6.72% เหลือ 6.62% ต่อปี - อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้
ารายใหญ่ชั้นดี ประเภทเงินเบิ กเกินบัญชี (MOR) ปรับลด 0.25% จาก 6.69% เหลือ 6.44% ต่อปี - อัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่
อยชั้นดี (MRR) ปรับลด 0.10% จาก 6.78% เหลือ 6.68% ต่อปี
ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ธนาคารได้ปรับลดในอัตรา 0.05%- 0.10% ซึ่งเป็นการปรับลดในอัตราที่น้ อยกว่าอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อ
อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงติดตามสถานการณ์อย่ างใกล้ชิด และสำหรับลูกค้าท่านใดที่กำลั งเผชิญปัญหาหรือได้รั บผลกระทบทางเศรษฐกิจ ธนาคารพร้อมรับฟังและให้ความช่ วยเหลือ โดยลูกค้าสามารถติดต่อผ่านช่ องทางต่าง ๆ ของธนาคารได้ทุกช่องทาง