est

แม้ภาพจำของ “เอส” จะเป็นแบรนด์น้ำอัดลมโคล่าคู่แข่งรายสำคัญในตลาดน้ำดำ แต่ในปี 2568 แบรนด์กลับสร้างปรากฏการณ์ใหม่ ด้วยการ “สาดสี” เข้าสู่ตลาดน้ำอัดลมสีอย่างเต็มตัว ผ่านแคมเปญ “est Gen ซ่า จ้าเกินเบลอร์ (Too Awesome to Dim)” ที่ไม่เพียงสะท้อน DNA ความซ่าของแบรนด์ แต่ยังสะท้อนวิธีคิดใหม่ของการทำตลาดที่มองเห็น “โอกาสในพื้นที่ที่คนอื่นมองว่ากำลังหดตัว”

 

ตลาดน้ำสี…ที่ยังมีแสง

ข้อมูลจาก NielsenIQ (ก.ย. 2567 – ส.ค. 2568) ระบุว่า ตลาดน้ำอัดลมสีในประเทศไทยมีมูลค่า 17,391 ล้านบาท แม้เติบโตเชิงปริมาณลดลง –6% จากปีก่อนหน้า แต่ “เอส” กลับทำผลงานสวนทางตลาด ด้วยการ เติบโต +6% และยังสามารถยืนหนึ่งในตลาดน้ำสี โดยเฉพาะในช่องทาง Modern Trade ที่มีส่วนแบ่งการตลาดพุ่งถึง 24.6% (มิ.ย. 2568)

 

สุภรณ์ เด่นไพศาล” ผู้อำนวยการอาวุโส สายธุรกิจเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า

“ตลาดน้ำอัดลมสีได้รับความสนใจจากกลุ่ม Gen Z มากขึ้น การสร้างสีสันและรสชาติใหม่ ๆ จึงกลายเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เอสสามารถเติบโตเหนือคู่แข่งอย่างก้าวกระโดด”

 

นั่นคือจุดเริ่มต้นของเอสในการตัดสินใจ “ลงเล่น” ตลาดน้ำสีอย่างจริงจัง เพราะไม่ใช่แค่การเพิ่มรสชาติ แต่คือการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้การดื่มน้ำอัดลม “กลายเป็นคอนเทนต์ในตัวเอง”

 

“est Glow Edition” จุดไฟให้ตลาดเรืองแสง

เพื่อปิดท้ายปี 2568 อย่างจ้าเกินเบลอร์ เอสเปิดตัว “est Glow Edition”  น้ำอัดลมสีเรืองแสงครั้งแรกของไทย ที่ส่องไฟแล้ว “Glow” ได้จริง

4 สี 4 รสชาติจากผลไม้สุดฮิตที่มิกซ์เข้าด้วยกันอย่างไม่ซ้ำใคร ได้แก่

Electric Green (แอปเปิ้ลผสมกีวี่) – จำหน่ายทั่วประเทศ

Sigma Blue (มิกซ์เบอร์รี่ผสมพีช) – จำหน่ายเฉพาะ Lotus’s และ Makro

Pinky Winky (พีชและซากุระ) – จำหน่ายเฉพาะ 7-Eleven

Flashy Yellow (แคนตาลูปผสมสาลี่หิมะ) – จำหน่ายเฉพาะ Big C

ความพิเศษอยู่ที่ “แต่ละรสจำหน่ายเฉพาะช่องทาง” ทำให้เกิดกลยุทธ์ Exclusive Channel Strategy กระตุ้นให้ผู้บริโภคตามเก็บครบทั้ง 4 รส เหมือนคอลเลกชันของสะสม  ซึ่งเข้ากับนิสัยของผู้บริโภครุ่นใหม่ที่ชอบ “Experience Hunting” มากกว่าการซื้อสินค้าธรรมดา

 

4 กลยุทธ์ฮุคใจ Gen ซ่า

เอสวาง 4 กลยุทธ์หลักในแคมเปญนี้ เพื่อสร้างการรับรู้และความสัมพันธ์กับ Gen Z ที่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลัก ประกอบด้วย

-รสชาติที่ “มิกซ์” อย่างไม่ธรรมดา

สูตรผสมผลไม้สุดครีเอทีฟภายใต้แนวคิด “แลปซ่า” ที่ให้ความรู้สึกเหมือนการทดลองความสนุกในห้องแล็บ — สื่อถึงความคิดสร้างสรรค์และการไม่กลัวแตกต่างของคนรุ่นใหม่

 

-สร้างประสบการณ์ Glow in the Dark

ใช้นวัตกรรมกระบวนการผลิตที่ออกแบบให้สีของน้ำอัดลมสามารถ “หักเหและกระจายแสง” ได้ในระดับที่เหมาะสม เมื่อส่องไฟจึงเรืองแสงได้จริง กลายเป็นจุดเด่นที่เชื่อมโยงเทรนด์ Aesthetic Lifestyle กับ “การดื่มแบบ Interactive Experience”

 

-พรีเซนเตอร์สุดซ่ากับ GELBOYS

4 หนุ่ม “นิว-ชยภัค”, “ไปป์-มนธภูมิ”, “พีเจ-มหิดล” และ “เลออน เซ็ค” ถ่ายทอดพลังความจ้าในภาพยนตร์โฆษณาออนไลน์ “แลปจ้า” ที่ใช้เทคนิค Glow In the Dark นำเสนอภาพลักษณ์ความสนุก สดใหม่ และกล้าแสดงออก

 

-สื่อสาร 360 องศา ด้วยความ “จ้าเกินเบลอร์”

ทั้ง TikTok Challenge, Content Creator Collaboration, จอ LED Glow กลางเมือง, Billboard เรืองแสงทั่วกรุง และอีเวนต์ “เอส เปิดปฏิบัติการแลปซ่าจ้าเกินเบลอร์” ที่สามย่านมิตรทาวน์ รวมถึงกิจกรรมต่อเนื่องอย่าง Siam Halloween 2025 และ Monster Music Festival 2025 — ทุกกิจกรรมถูกออกแบบให้ Gen Z ได้ “ปล่อยของ” ในแบบของตัวเอง

 

อย่างไรก็ดีเอสไม่ได้เพิ่งเริ่มคุยกับคนรุ่นใหม่ในปีนี้ หากแต่วางรากฐานมาตั้งแต่ปี 2566 ผ่านแคมเปญ “Born to be Awesome” ที่รีแบรนด์สูตรใหม่ของเอส โคล่า โดยใช้พลังของ “ไอดอลเอเชีย” อย่าง ชาอึนอู, โบกี้ไลออน, Yes Indeed และทีมวอลเลย์บอลสาวไทยรุ่นใหม่

ต่อเนื่องด้วยปี 2567 ที่นำเทคโนโลยี AI มาใช้สร้าง “เสียงแห่งความออซั่ม” และปี 2568 ที่เปิดตัวแคมเปญ “เอส โคล่า เงยหน้าไปด้วยกัน” ด้วยกระป๋องกลับหัวสุดครีเอทีฟ

 

รวมถึงการจับมือกับ Netflix ในแคมเปญ “est x Squid Game 2: Dare To Be Awesome” และการเป็นผู้สนับสนุนหลักการแข่งขัน วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์โลก 2025 ที่สร้างยอด Engagement รวมกว่า 19 ล้านครั้ง บนโซเชียลมีเดียของเอส

 

ทั้งหมดคือเส้นทางที่ต่อยอดมาสู่ “est Glow Edition” ในปีนี้ – จากน้ำดำสู่ “น้ำเรืองแสง” ที่ไม่เพียงขายรสชาติ แต่ขายความรู้สึก “กล้าเป็นตัวเองอย่างจ้าเกินเบลอร์”

 

 

About The Author

Leave a Reply

Discover more from Talk About Market

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading