True - AIS pet - 1

ตลาดสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยมูลค่าราว 101,000 ล้านบาทในปี 2569 ไม่ได้เติบโตอยู่แค่ในกลุ่มอาหาร ของใช้ โรงพยาบาล หรือบริการสำหรับสัตว์เลี้ยงเท่านั้น แต่กำลังขยายไปถึง Pet Tech หรือเทคโนโลยีที่เข้ามาช่วยให้เจ้าของดูแลสัตว์เลี้ยงได้ง่ายขึ้น

 

ซึ่งหนึ่งในกลุ่มสินค้าที่เริ่มเห็นมากขึ้นคืออุปกรณ์ติดตามสัตว์เลี้ยง หรือ Pet Tracker ที่เริ่มนำ SIM และการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายมือถือเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการทำงาน

 

จะเห็นได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา True และ AIS ต่างนำสินค้าและบริการในกลุ่ม Pet Tracker เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตลาดสัตว์เลี้ยง ที่เติบโตตามแนวคิด Pet Humanization หรือการที่ผู้เลี้ยงมองสัตว์เลี้ยงเป็นสมาชิกในครอบครัวและให้ความสำคัญกับการดูแลมากขึ้น

 

โดยทั้งสองค่ายนำจุดแข็งที่มีอยู่แล้วทั้ง Network, SIM, Application และ Ecosystem มาต่อยอดกับอุปกรณ์และบริการสำหรับสัตว์เลี้ยง พร้อมทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ในรูปแบบที่แตกต่างกัน

 

ซึ่งบริการ Pet Tracker ถือเป็นหนึ่งในโอกาสให้ค่ายมือถือขยายการให้บริการจากลูกค้าที่เป็นคน ไปสู่อุปกรณ์ที่อยู่รอบตัวลูกค้ามากขึ้น รวมถึงสร้างโอกาสในการต่อยอดรายได้จากอุปกรณ์ Data และบริการอื่นภายใน Ecosystem

 

True เชื่อม Pet Tracker เข้ากับ Smart Home

ในเดือนเมษายน 2569 True เปิดตัว TrueX Smart Pet Tracker อุปกรณ์ติดตามสัตว์เลี้ยงที่ใช้ SIM และเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายมือถือ ทำให้เจ้าของสามารถติดตามตำแหน่งได้แม้อยู่ห่างจากสัตว์เลี้ยง

 

เพื่อนำการดูแลสัตว์เลี้ยงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Smart Living Ecosystem True วาง Pet Tracker ให้อยู่ร่วมกับบริการใน TrueX Ecosystem ทั้งกล้อง AI และอุปกรณ์ Smart Home สำหรับสัตว์เลี้ยง โดยใช้ Network และ IoT เข้ามาเชื่อมต่อการใช้งานเข้าด้วยกัน

 

ทำให้การดูแลสัตว์เลี้ยงไม่ได้อยู่เพียงการติดตามตำแหน่ง แต่สามารถขยายไปถึงการดูพฤติกรรม การแจ้งเตือน และการดูแลสัตว์เลี้ยงภายในบ้านผ่านอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่อยู่ใน Ecosystem เดียวกัน

 

การรุกตลาด Pet Tech ของ True ยังขยายไปสู่การสร้าง Use Case ร่วมกับธุรกิจอื่น ผ่านความร่วมมือกับ Origin และ Britania โดยนำ TrueX Smart Pet Tracker และ TrueX Smart CCTV Camera 4 Pro AI มาเป็นส่วนหนึ่งของสิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าที่จองและโอนกรรมสิทธิ์โครงการตามเงื่อนไข เพื่อสร้างประสบการณ์ Smart Living สำหรับกลุ่ม Pet Parents

 

จึงเห็นได้ว่า True ไม่ได้วาง Pet Tracker เป็นเพียง Gadget แยกชิ้น แต่พยายามนำการดูแลสัตว์เลี้ยงเข้ามาเป็นอีกหนึ่ง Use Case ของ Smart Living Ecosystem

 

AIS จาก Pet Tracker ไปสู่ Pet Phone

ด้าน AIS ได้ต่อยอดจาก Pet Tracker ที่ใช้ติดตามตำแหน่งแบบ Real-time ดูประวัติเส้นทาง แจ้งเตือนเมื่อสัตว์เลี้ยงเข้าออกพื้นที่ที่กำหนด รวมถึงค้นหาอุปกรณ์ด้วยเสียงและแสง มาสู่ AIS SMART Pets Phone ที่เพิ่มการสื่อสารแบบ Two-Way Video & Voice ให้เจ้าของสามารถดูภาพ ฟังเสียง และสื่อสารผ่านอุปกรณ์ที่ติดอยู่กับสัตว์เลี้ยงได้โดยตรง พร้อมฟังก์ชัน GPS, Safe Zone, Pet Flash Locator และ One-Touch SOS

 

สำหรับการเชื่อมต่อ AIS SMART Pets Phone ได้ใช้ AIS One-2-Call! Gadget SIM ซึ่งเป็น SIM สำหรับอุปกรณ์ IoT ทำให้อุปกรณ์สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตผ่านเครือข่ายมือถือได้แม้สัตว์เลี้ยงจะอยู่ห่างจาก Smartphone ของเจ้าของ

 

และทำให้ AIS ได้พาบริการ Tracking Device ไปสู่ Communication Device จากเดิมที่ Pet Tracker มีหน้าที่หลักในการบอกว่าสัตว์เลี้ยงอยู่ที่ไหน มาเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้เจ้าของสามารถเห็น ได้ยิน และสื่อสารกับสัตว์เลี้ยงผ่าน Network ได้มากขึ้น

 

ในมุมธุรกิจ การเชื่อมต่อดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้ AIS ต่อยอดจากการขายอุปกรณ์ไปสู่การใช้บริการ Data ผ่าน Gadget SIM ซึ่งเป็นการนำโครงสร้างพื้นฐานที่ค่ายมือถือมีอยู่แล้วเข้ามารองรับตลาด Pet Tech ได้

 

อย่างไรก็ดี ความเคลื่อนไหวของ True และ AIS สะท้อนอีกด้านของธุรกิจ Telco ที่กำลังนำความสามารถด้าน Network และ IoT ไปต่อยอดกับตลาดใหม่ที่มีโอกาสเติบโตตามพฤติกรรม Pet Humanization

 

จากเดิมที่ Connection บนเครือข่ายเกิดขึ้นผ่าน Smartphone ของผู้ใช้เป็นหลัก วันนี้อุปกรณ์รอบตัวผู้บริโภคสามารถกลายเป็นอีกหนึ่ง Connection ได้มากขึ้น

 

และในตลาดสัตว์เลี้ยง สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือการทำให้ อุปกรณ์ที่อยู่กับ สัตว์เลี้ยง กลายเป็นอีกหนึ่ง Connection บน Network ที่ค่ายมือถือสามารถนำจุดแข็งเดิมของตัวเอง ทั้ง SIM, Data, IoT, Application และ Ecosystem มาต่อยอดเป็นสินค้าและบริการใหม่ได้

 

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *