nene effect - 1

หลัง Nene Royal หรือ แพรว–รัตติกานต์ อำลอย คว้าแชมป์ America’s Got Talent Season 21 เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 ตามเวลาสหรัฐฯ หรือวันที่ 24 กันยายนตามเวลาไทย สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาไม่ได้มีเพียงกระแสความสนใจจากผู้ชม แต่ชื่อของ Nene ยังเข้าสู่โลกการตลาดอย่างรวดเร็ว

 

เพราะหลังจากที่ Nene คว้าแชมป์ อย่างเป็นทางการ ได้มีแบรนด์ต่างๆ ประกาศร่วมงานกับ Nene ครอบคลุมตั้งแต่ Beauty, Personal Care ไปจนถึง Food & Beverage โดย 6 แบรนด์อยู่ในกลุ่ม Beauty และ Personal Care และอีก 4 แบรนด์อยู่ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม

 

และล่าสุดวันที่ 5 ตุลาคม 2569 Interpharma ได้เปิดตัว Master Campaign “INTERPHARMA × NENE – LIVE YOUR WAY” ร่วมกับ Nene เพิ่มอีกหนึ่งแบรนด์ และเมื่อรวมกับแบรนด์ต่างๆ ที่ประกาศไปก่อนหน้านั้น มีอย่างน้อย 11 แบรนด์ ร่วมงานกับ Nene ผ่านสถานะในการร่วมงานแตกต่างกัน

 

ในมุมของการตลาด สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ได้มีเพียงว่า ทำไม Nene จึงกลายเป็นบุคคลที่หลายแบรนด์ต้องการในเวลาเดียวกัน แต่คือ เมื่อ Nene คนเดียวปรากฏอยู่กับหลายแบรนด์ แต่ละแบรนด์จะเลือก Nene ด้านไหน มาเชื่อมกับสินค้าและตัวตนของตัวเอง เพื่อให้ผู้บริโภคจดจำและเชื่อมโยงกลับมายังแบรนด์ได้

 

เพราะหากทุกแบรนด์พูดเพียงว่า Nene คือเด็กสาวเก่ง มีความมั่นใจ ทำตามความฝัน และประสบความสำเร็จบนเวทีโลกเหมือนกันทั้งหมด ผู้บริโภคอาจจำได้ว่า Nene เก่งและดัง แต่จำไม่ได้ว่า Nene เกี่ยวข้องกับแบรนด์อะไร

 

เมื่อมองจากการสื่อสารที่แต่ละแบรนด์เปิดตัวออกมา จะเห็นว่าแต่ละแบรนด์พยายามหยิบ Character และเรื่องราวของ Nene คนละด้านมาเชื่อมกับสินค้าและตัวตนของตัวเอง

 

Pantene เลือก “ผม” และความเป็น Rock Star

Pantene เปิดตัว Nene เป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่ พร้อมแนวคิด “HAIR SO STRONG, YOU CAN ROCK THE WORLD” โดยแบรนด์พูดถึงความมั่นใจ การกล้าเดินตามความฝัน และพลังจาก #ผมแพนทีน ที่จะทำให้ผู้หญิงพร้อมออกไป Rock the World

 

เมื่อมองในมุมของการสื่อสาร จึงเห็นการเชื่อมระหว่าง เส้นผม ซึ่งเป็นพื้นที่ของ Pantene กับภาพของ Nene ในฐานะศิลปินร็อกที่ร้องเพลง เล่นกีตาร์ และมีผมยาวเป็นส่วนหนึ่งของภาพจำบนเวที

 

MizuMi เลือก “Rock the World” และเชื่อมกลับมาที่ Sun และ T-Beauty

MizuMi เปิดตัว Nene ในฐานะ MizuMi Muse คนแรก ผ่านข้อความ “Nene, You Rock the World. We Rock the Sun.” พร้อมระบุว่าจะพาตัวตนของ Nene และ T-Beauty ไป Rock the World Together และนำเสนอศักยภาพของแบรนด์ไทยสู่สายตาต่างประเทศ

ซึ่งการสื่อสารของ  MizuMi  ใช้คำว่า Rock เชื่อมโยงระหว่างตัวตนของ Nene กับแบรนด์ และคำว่า Sun เชื่อมกลับมายังพื้นที่ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ MizuMi มีอยู่

 

Smooth E เลือก “BABYFACE” และความมั่นใจที่จะ Face the World

Smooth E ต้อนรับ Nene เข้ามาเป็นหนึ่งในตัวแทนของแนวคิด BABYFACE ภายใต้ข้อความ “BABYFACE. READY TO FACE THE WORLD.” เพื่อสื่อสารว่า BABYFACE ไม่ได้มีเพียงเรื่องรูปลักษณ์ แต่ยังหมายถึงความมั่นใจ การกล้าเป็นตัวเอง และการพร้อมออกไปเจอกับโลกในแบบของตัวเอง

 

BSC และ Baby Bright เลือกคำว่า “Shine”

BSC เปิดตัว Nene เป็น ตัวแทนของ BSC Shiny Soft Powder ภายใต้แนวคิด “THE 1st LAYER TO SHINE” โดยเชื่อม Base Makeup เข้ากับความมั่นใจในการเปล่งประกายในแบบของตัวเอง พร้อมนำความสำเร็จของ Nene มาเชื่อมกับภาพของ T-Beauty ที่ต้องการก้าวไปสู่ตลาดต่างประเทศ

 

ส่วน Baby Bright ใช้แนวคิด “LET YOUR INNER SHINE BRIGHT” โดยวาง Nene เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ที่กล้าแสดงออก มีความมั่นใจ และเป็นตัวของตัวเอง

 

แม้ทั้งสองแบรนด์จะใช้คำว่า Shine เหมือนกัน แต่ BSC เชื่อม Shine เข้ากับ Base Makeup และการเปล่งประกาย ขณะที่ Baby Bright ให้น้ำหนักกับ Inner Shine หรือความมั่นใจและตัวตนจากภายใน

 

Mistine เลือก “ดวงตา” และความเป็น Rock Star บน Stage

Mistine เปิดตัว Nene เป็นพรีเซนเตอร์ผ่านแนวคิด “My Eyes, My Stage” โดยนำภาพความเป็น Rock Star ของ Nene มาเชื่อมกับ Makeup โดยเฉพาะ Eye Makeup เพื่อสื่อถึงความมั่นใจและการแสดงตัวตนผ่านดวงตา

 

เถ้าแก่น้อยเลือก “Crisp” ของสินค้า และ “Rock” ของ Nene

เถ้าแก่น้อยนำ Nene เข้ามาอยู่ในแนวคิด “CRISP IT. ROCK IT.” โดยการสื่อสารของแบรนด์นำพลังและความเป็น Rock ของ Nene มาอยู่ร่วมกับความกรอบและรสชาติของผลิตภัณฑ์

 

Voiz เลือก “ความฝัน” และการไม่ยอมแพ้

Voiz เปิดตัว Nene เป็นพรีเซนเตอร์ภายใต้ข้อความ “SMALL GIRL. BIG DREAMS. SHE NEVER GIVES UP” โดยเล่าเรื่องเด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่มีความฝันและไม่ยอมทิ้งความตั้งใจบนเส้นทาง Rock Music

 

ทำให้ Nene ในมุมของ Voiz ไม่ได้ถูกเล่าผ่านภาพของผู้ชนะเพียงอย่างเดียว แต่ให้น้ำหนักกับ Dream และ Never Give Up หรือเส้นทางของคนที่เดินตามความฝันของตัวเอง

 

Farmhouse Royal เลือกเล่นกับคำว่า “Royal”

Farmhouse Royal ประกาศความร่วมมือกับ Nene ผ่านข้อความ “Nene Royal meets Farmhouse Royal. Twice the Royal. All the fun.” โดยจุดเชื่อมที่เห็นได้ชัดจากการเปิดตัวคือคำว่า Royal ที่อยู่ทั้งในชื่อ Nene Royal และ Farmhouse Royal ทำให้ชื่อของทั้งสองฝ่ายถูกนำมาเล่นร่วมกันได้โดยตรง

 

อย่างไรก็ตาม ณ วันที่ 5 ตุลาคม 2569 แบรนด์ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมว่าความร่วมมือครั้งนี้จะอยู่ในรูปแบบใด หรือจะนำ Nene ไปเชื่อมกับสินค้าและแคมเปญอย่างไรต่อไป

 

Dutch Mill เลือก Nene เป็นพรีเซนเตอร์ของ Drinking Yoghurt Family

Dutch Mill ประกาศต้อนรับ Nene เป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่ของ Dutch Mill Drinking Yoghurt Family แต่จากข้อมูลอ้างอิงจากวันที่ 5 ตุลาคม ยังไม่มีการเปิดเผย Campaign Message จึงยังต้องติดตามว่า Dutch Mill จะหยิบ Character ด้านใดของ Nene มาเชื่อมกับตัวสินค้าและแบรนด์ในการสื่อสารต่อจากนี้

 

ล่าสุด Interpharma เลือก “Live Your Way”

วันที่ 5 ตุลาคม Interpharma เปิดตัว Master Campaign “INTERPHARMA × NENE – LIVE YOUR WAY” โดยนำบุคลิกและพลังความเป็นตัวเองของ Nene มาเชื่อมกับแนวคิด “ทุกคนมีสิ่งที่ตัวเองอยากไปให้ถึง ดูแลตัวเองให้พร้อม แล้วไปให้สุด”

 

แคมเปญต้องการเชื่อมการดูแลสุขภาพเข้ากับการใช้ชีวิตและเป้าหมายของแต่ละคน โดยนำผลิตภัณฑ์ 3 รายการ ได้แก่ BIO-C 1,000 mg, PROBAC 7 และ LISA DHA 600 mg เข้ามาอยู่ในแคมเปญ

 

สิ่งต่างๆ เหล่านี้ทำให้เห็นว่า Nene Effect จึงไม่ได้เป็นเพียงเกมแย่งพรีเซนเตอร์ที่กำลังอยู่ในกระแส ช่วยให้แบรนด์เข้าไปอยู่ใน Attention ที่เกิดขึ้นแล้วได้อย่างรวดเร็ว ผ่านแนวทาง ใครจะทำให้ Nene กลายเป็นเรื่องของแบรนด์ตัวเองได้มากที่สุด

 

About The Author

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *