50+ แล้วไง แต่ฉันไฮเทคโนโลยีนะ - 1

โลกของเทคโนโลยีไม่ได้จำกัดอยู่ที่วัย เพราะในปีที่ผ่านมา ประชากรอายุ 50 ปีขึ้นไปกว่า 19.6 ล้านคน ใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลในชีวิตประจำวัน และใช้เวลาออนไลน์เฉลี่ยสูงถึง 4 ชั่วโมงต่อวัน อ้างอิงจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (NSO) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

นอกจากนี้ การสำรวจหัวข้อ Silver Edge & AI: พลิกโฉมคุณค่าชีวิต 50+ สู่สังคมยุคเทค AI โดย CMMU ยังพบว่า ประชากร 50+ เป็นกลุ่มที่มีการใช้งานสมาร์ทดีไวซ์เป็นอุปกรณ์หลักในชีวิตประจำวัน ประกอบด้วย สมาร์ทโฟน 95% และแท็บเล็ต 61%

เมื่อมองไปที่การใช้ AI จากข้อมูล CMMU พบว่า ชาว 50+ เคยใช้งาน AI มากถึง 94% โดยใช้เพื่อค้นหาข้อมูล 82% เรียนรู้ 62% และช่วยงาน 37%
ส่วน AI Tools ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด ได้แก่
ChatGPT 72%
Google Gemini 49%
Microsoft Copilot 25%

ในมุมของการสื่อสาร ความบันเทิง และการช้อปปิ้งออนไลน์ พบว่า 50+ มีแพลตฟอร์มยอดนิยมดังนี้
LINE 93%
Facebook 83%
YouTube 90%
Netflix 56%
Shopee 73%
Lazada 67%
TikTok Shop 41%

สำหรับปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจลงทุนในเทคโนโลยี ประกอบด้วยเหตุผลหลัก 3 ประการ ได้แก่
ราคาเหมาะสมหรือคุ้มค่า 71%
ฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์ 60%
ความง่ายต่อการใช้งาน 54%

ในมุมความกังวลด้านการใช้เทคโนโลยี พบว่า
73% ยังคงมีความกังวลด้านความปลอดภัยของข้อมูล และความซับซ้อนของเทคโนโลยีที่อาจใช้งานผิดพลาด
83% รู้ว่าเทคโนโลยีช่วยให้ชีวิตสะดวก แต่ต้องมีคนแนะนำถึงกล้าใช้

ซึ่งคำแนะนำด้านความปลอดภัยและความซับซ้อนในการใช้งาน พวกเขานิยมได้รับคำแนะนำจาก
ช่องทางออนไลน์ของแบรนด์โดยตรง (Owned Media) 59%
รีวิวผู้ใช้จริง 49%
คำแนะนำจากครอบครัว/เพื่อน 44%
เนื่องจากเป็น 3 ช่องทางที่ให้ความเชื่อมั่นสูงสุด

นอกจากนี้ ภายใต้การสำรวจยังได้นำเทคโนโลยีและ AI มาให้อธิบายคอนเซ็ปต์การใช้งาน พร้อมถามถึงความสนใจในเทคโนโลยี และเมื่อสนใจมีโอกาสตัดสินใจซื้อภายใน 3 เดือน พบว่า

อุปกรณ์แจ้งเตือนฉุกเฉิน (Emergency Alert)
ความสนใจ: 83%
ตัดสินใจซื้อภายใน 3 เดือน: 79%

แอปพลิเคชันปรึกษาแพทย์ทางไกล (TeleMed App)
ความสนใจ: 80%
ตัดสินใจซื้อภายใน 3 เดือน: 82%

อุปกรณ์ตรวจวัดสุขภาพ (Health Monitoring Device)
ความสนใจ: 78%
ตัดสินใจซื้อภายใน 3 เดือน: 80%

เครื่องออกกำลังกาย (Exercise Machine)
ความสนใจ: 62%
ตัดสินใจซื้อภายใน 3 เดือน: 80%

หุ่นยนต์ดูแลผู้สูงอายุ (Elderly Care Robot)
ความสนใจ: 54%
ตัดสินใจซื้อภายใน 3 เดือน: 78%

แอปพลิเคชันปรึกษาทางการเงิน (Financial Adviser App)
ความสนใจ: 72%
ตัดสินใจซื้อภายใน 3 เดือน: 82%

ผู้ช่วยอัจฉริยะ (AI Companion)
ความสนใจ: 66%
ตัดสินใจซื้อภายใน 3 เดือน: 79%

หุ่นยนต์ดูดฝุ่น (Robot Vacuum)
ความสนใจ: 54%
ตัดสินใจซื้อภายใน 3 เดือน: 79%

อย่างไรก็ดี ในมุมของการตลาด CMMU แนะนำ 4 กลยุทธ์หลักเพื่อเป็นแนวทางสำหรับมัดใจ 50+ ที่ได้จากการสำรวจ ดังนี้

  1. ออกแบบให้ง่าย แต่สร้างให้ไว้ใจได้ เพื่อสร้างความมั่นใจและทลายความกังวล

  2. โฟกัสที่สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพเชิงรุกและความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน

  3. สร้างตัวตนที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะช่องทาง Official ของแบรนด์ ควบคู่กับการส่งเสริมรีวิวจากผู้ใช้งานจริง

  4. Empower ให้ผู้ใช้งาน สื่อสารกับผู้มีอำนาจตัดสินใจตัวจริง

พร้อมต่อยอดเป็น “5A Star Matrix Framework” กรอบแนวคิดเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ประกอบการเทคโนโลยี นักพัฒนา AI และนักนวัตกรรม เพื่อใช้ในการออกแบบและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์การใช้งาน ซึ่งประกอบด้วย

Accessibility (การเข้าถึง)
เทคโนโลยีต้องถูกออกแบบมาสำหรับทุกคน ใช้งานง่าย และเป็นมิตรกับผู้ใช้ทุกระดับประสบการณ์ เพราะอุปสรรคสำคัญของ Silver Age ไม่ใช่ทัศนคติที่ต่อต้านเทคโนโลยี แต่คือประสบการณ์ในอดีตที่ยุ่งยากจนทำให้ไม่กล้าลองสิ่งใหม่ การออกแบบที่เข้าใจผู้ใช้จึงเป็นจุดตั้งต้นของการยอมรับ

Assurance (ความมั่นใจ)
เทคโนโลยีต้องสร้างความเชื่อมั่นผ่านคำแนะนำจากบุคคลในครอบครัว มีการรับรองจากผู้เชี่ยวชาญ และรีวิวที่ตรวจสอบได้

Autonomy (ความเป็นอิสระ)
เทคโนโลยีควรเป็นเครื่องมือที่เสริมพลัง และช่วยให้มีอิสระในการใช้ชีวิต ช่วยให้ผู้สูงวัยสามารถจัดการสุขภาพเชิงรุกและดูแลตนเองได้ เพราะสิ่งที่ผู้สูงวัยกลัวที่สุดไม่ใช่โรคภัย แต่คือการสูญเสียความสามารถในการดูแลตัวเอง

Affordability (ความคุ้มค่า)
50+ ไม่ได้มองหาเทคโนโลยีที่ถูกที่สุด แต่ต้องการราคาที่สมเหตุสมผล สอดคล้องกับคุณค่าที่ได้รับ การสื่อสารให้เห็นความคุ้มค่าอย่างชัดเจน และมีทางเลือกที่ยืดหยุ่น คือกุญแจสำคัญของการตัดสินใจซื้อ

Affinity (ความผูกพัน)
เทคโนโลยีที่ประสบความสำเร็จต้องเชื่อมโยงผู้สูงวัยกับครอบครัว ผ่านฟีเจอร์ที่ใช้งานร่วมกันได้ เช่น บัญชีหลายผู้ใช้ หรือแดชบอร์ดสำหรับครอบครัว เพราะผลิตภัณฑ์ที่สร้างสรรค์ “เพื่อทั้งบ้าน” มีโอกาสถูกตัดสินใจซื้อมากกว่าผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เฉพาะผู้สูงวัยเพียงคนเดียว หากเทคโนโลยีช่วยให้ลูกหลานมีส่วนร่วมดูแลและสร้างความอุ่นใจร่วมกัน จะช่วยให้เกิดการยอมรับและยอมจ่ายได้อย่างรวดเร็ว

อย่างไรก็ดีวิจัยครั้งนี้มีกลุ่มตัวอย่าง 621 คน จากกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุ 50–65 ปี มีสถานะสมรส การศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี หน้าที่การงานมั่นคง และมีรายได้ตั้งแต่ 50,000 ขึ้นไปจนถึงมากกว่า 150,000 บาท 

About The Author

Leave a Reply

Discover more from Talk About Market

Subscribe now to keep reading and get access to the full archive.

Continue reading